กรุงเทพฯ, วันที่ 9 มิ.ย. – ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า กรมที่ดินไม่มีสิทธิออกโฉนดที่ดินในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณเขากระโดง และอธิบดีกรมที่ดินสามารถเพิกถอนโฉนดที่ดินตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ได้เลยตามคำพิพากษาศาล นั้น กรมที่ดินออกแถลงการณ์ชี้แจงโดยระบุว่า ขั้นตอนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน นั้น เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้ไปร่วมระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของตน โดยที่ดินที่มีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของการรถไฟ นั้น กรมที่ดินและกรมรถไฟ (เดิม) ได้มีข้อตกลงตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ 9050/2484 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2484 เรื่อง การรับรองแนวเขตที่ดินที่ติดต่อกับเขตที่ดินของกรมรถไฟ
ประกอบหนังสือกรมที่ดิน ที่ 11154/2503 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2503 เรื่อง การระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ หรืออยู่ในความดูแลอารักขาของการรถไฟฯ ดังนั้น ในกรณีที่ที่ดินแปลงที่ขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมีแนวเขตที่ดินติดต่อกับแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ ผู้แทนการรถไฟฯ มีหน้าที่ในการไประวางชี้ และรับรองแนวเขตที่ดินของตน เมื่อทำการรังวัดเรียบร้อยแล้ว ยังมีขั้นตอนการประกาศเพื่อหาผู้คัดค้านมีระยะเวลา ๓๐ วัน หากไม่มีผู้คัดค้านและที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ เจ้าพนักงานที่ดินก็จะลงนามในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและแจกให้เจ้าของที่ดินรับไป
ซึ่งข้อเท็จจริงในพื้นที่พิพาทที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 การรถไฟฯ ก็ได้รับรองแนวเขตให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมากถึง 271 แปลง ส่วนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอีก 724 แปลง การรถไฟฯ ก็ไม่ได้มาคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่อย่างใด การดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในพื้นที่บริเวณแยกเขากระโดง ตำบลเสม็ด และตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นการดำเนินการไปโดยถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายแล้ว ซึ่งหากที่ดินพิพาทเป็นของการรถไฟฯ จริง การรถไฟฯ สามารถไม่รับรองแนวเขตหรือคัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ แต่ปรากฏว่า การรถไฟฯ ได้มาลงนามรับรองแนวเขตที่ดินให้กับประชาชน และไม่คัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
แถลงการณ์ระบุว่าการเพิกถอนหรือแก้ไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มีได้ 3 กรณี คือ 1.กรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุด เป็นการเฉพาะแปลงโดยชัดแจ้งเท่านั้น เจ้าพนักงานที่ดินจึงจะสามารถดำเนินการหมายเหตุการเพิกถอนในโฉนดที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลได้เลย (มาตรา 61 วรรคแปด) 2.กรณีที่มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เมื่อผู้มีส่วนได้เสียยินยอมให้แก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจดำเนินการแก้ไขได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาแต่อย่างใด (มาตรา 61 วรรคเจ็ด)
3.กรณีที่ความปรากฏว่า มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินสามารถใช้อำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนว่าเป็นประการใด หากมีหลักฐานชัดแจ้งว่ามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอธิบดีกรมที่ดินจึงจะสามารถใช้อำนาจเพิกถอนได้ และหากไม่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่า เป็นการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ อธิบดีกรมที่ดินก็สามารถยุติเรื่องเพิกถอนได้ (มาตรา 61 วรรคสอง)
แถลงการณ์ชี้แจงว่า กรณีเขากระโดงเป็นกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษา “ให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมที่ดิน) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และพิจารณาข้อเท็จจริงได้เป็นเช่นใด ย่อมเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่จะดำเนินการมีคำสั่งตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่เห็นสมควร อันเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งศาลไม่อาจก้าวล่วงได้” อธิบดีกรมที่ดินจึงมีคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1195 – 1196/2566 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามคำพิพากษาศาล
คณะกรรมการสอบสวน ได้แสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีที่ดินพิพาทเขากระโดง ซึ่งรับฟังจากการรถไฟ กล่าวอ้าง คำคัดค้านของราษฎรผู้มีส่วนได้เสีย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ผลการรังวัดถ่ายทอดแนวเขตที่ดิน และการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงได้พยานหลักฐานที่แตกต่างกันในสาระสำคัญจากคำพิพากษาศาล ซึ่งพยานหลักฐานของการรถไฟไม่ชัดเจน และไม่สามารถเชื่อถือได้ว่า การรถไฟมีตำแหน่งและขอบเขตของที่ดินอยู่บริเวณไหน เพียงใด จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ออกทับที่ดินของการรถไฟฯ กรมที่ดินจึงไม่ดำเนินการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 995 แปลง ซึ่งกรมที่ดินได้รายงานการดำเนินการให้ศาลทราบ และศาลกำหนดให้วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นวันที่ศาลนั่งพิจารณาคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาล ทั้งนี้กรมที่ดินยืนยันว่า การดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินของกรมที่ดินในอดีตที่ผ่านมาถูกต้อง ยึดถือกฎหมายและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

