รัฐสภา, วันที่ 9 มิถุนายน – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจเยี่ยมห้องสมุดรัฐสภา พร้อมมอบนโยบายส่งเสริมการใช้ห้องสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของสมาชิก ข้าราชการ และประชาชน โดยย้ำว่าสภาต้องเป็นของประชาชนและทุกคนต้องสามารถเข้าถึงได้ และใช้ประโยชน์ได้ทุกเรื่อง ซึ่งในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาจทำให้ทักษะการค้นคว้าและความเพียรลดลง จึงต้องส่งเสริมหลัก “สุ จิ ปุ ลิ” หรือ การฟัง การคิด การถาม และการเขียน ซึ่งเป็นหัวใจของนักปราชญ์ตามหลักพุทธศาสนา
นายโสภณ กล่าวว่า เบื้องต้นเตรียมจัดกิจกรรมและการประกวดตามหลักดังกล่าว ทั้งการฟังบรรยายและสรุปเนื้อหา การประกวดเรียงความ การถาม-ตอบปัญหาเชาว์ และการประกวดคัดลายมือ เพื่อส่งเสริมสมาธิ ความเพียร และการเรียนรู้ “การเขียนเป็นเอกลักษณ์เป็นการสื่อสารความเป็นไทย ซึ่งอักษรไทยมีความสวยงามหลายรูปแบบ วันนี้บรรพบุรุษเราสร้างเรื่องที่ดีไว้ เราต้องช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และช่วยกันรักษาทุกเรื่อง ถ้าเราลืมรากเหง้าเอกลักษณ์ที่ดีๆ เราก็จะถูกกลืนไปกับการเปลี่ยนแปลงพลวัตโลก ถ้าเรารักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ ก็จะทำให้ความเป็นไทยอยู่ตลอดไป”
นายโสภณ ยังกล่าวถึงการทำงานในหน้าที่ประธานสภาฯ ว่า หน้าที่ของตนนอกจากทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเพื่อออกกฎหมายแล้ว แต่อีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญคือบริหารสถาบันนิติบัญญัติ ที่ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาสังคมอาจคุ้นชินกับการที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศเพียงฝ่ายเดียว แต่นับจากนี้ฝ่ายนิติบัญญัติจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศผ่านกระบวนการตรากฎหมาย ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนที่ไม่ต้องลงทุน
“อย่างที่ผมทำอยู่ทุกเสาร์-อาทิตย์ คือการลงพื้นที่เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดมาอย่างยาวนาน แม้หลายคนจะมองว่าไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของประธานรัฐสภา แต่มันคือหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้า เมื่อเราเห็นว่ายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ เราก็ต้องเร่งลงมือทำ” ประธานรัฐสภากล่าว
นายโสภณ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการออกกฎหมายนั้น อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพรรคการเมือง ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของประธานสภา ตนมีหน้าที่บริหารการประชุมและบรรจุระเบียบวาระ แต่สิ่งที่เป็นหน้าที่โดยตรงและตั้งใจจะทำให้สำเร็จ คือการบริหารจัดการรัฐสภา และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และถึงแม้การแก้ไขหรือออกกฎหมายจะไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรงของประธานสภา แต่พร้อมที่จะทำงานเชิงรุกและก้าวไปข้างหน้ามากกว่ากรอบหน้าที่เดิมๆ กฎหมายใดที่ต้องการแก้ไขก็จะเป็นโซ่ข้อกลางในการแก้ปัญหายาเสพ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุย และให้ฝ่ายที่มีความรู้ ความสามารถในการร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่ มาพิจารณาเพื่อให้ครอบคลุม และนำไปสู่การแก้ไขปัญหา

