หน้าแรกบทความร้านจีนในไทยรับเงินหยวน ชี้แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง-ชาติอื่นก็มี ”คลัง-พณ.-มท.-ตร.”ต้องตั้งทีมลุยสอบ

ร้านจีนในไทยรับเงินหยวน ชี้แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง-ชาติอื่นก็มี ”คลัง-พณ.-มท.-ตร.”ต้องตั้งทีมลุยสอบ

หนุ่มชาวจีนใช้ชีวิตในเมืองไทยโพสต์เล่าเหตุการณ์ไปกินข้าวร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ ว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านอาหารคนจีน พอจ่ายเงิน ทางร้านไม่รับเงินไทย บอกว่าไม่มีบัญชีไทย รับแต่เงินหยวนเท่านั้น แถมถูกคิดค่าอาหารเพิ่มอีก 50 บาท เป็น 375 บาท พร้อมตั้งคำถามว่าร้านจีนเปิดในไทย แต่ไม่มีบัญชีไทย รับเฉพาะเงินสดสกุลหยวนและสแกนวีแซท แบบนี้ถูกต้องหรือไม่?

หนุ่มจีนระบุอีกว่า ”ขนาดผมเป็นจีนแท้ๆ ยังโกรธมาก ร้านคงคิดว่าผมเพิ่งมาอยู่เมืองไทย จริงๆอยู่มานานแล้ว อย่าทำแบบนี้ ทุกร้านควรทำตามกฎมายไทยแล้วนอย่าลืมเสียภาษีด้วย“

พลันที่คลิปแพร่ออกไปสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอ แม้จะไม่ได้นำเสนอเป็นข่าวใหญ่แต่ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ไปตรวจสอบพร้อมสัมภาษณ์ว่าทางร้านชี้แจงว่าวันดังกล่าวระบบรับเงินจ่ายเงินขัดข้อง ร้านแก้ไขเรียบร้อยและนำคิวอาร์โค้ดมาวางให้สแกนจ่ายได้แล้ว 

จึงมีการตั้งคำถามว่าสำนักงานเขตห้วยขวาง จะจบแค่คำชี้แจงจากร้านเท่านั้นหรือ ไม่คิดจะตรวจสอบต่อว่าที่ผ่านมาเคยเหตุการณ์ลักษณะนี้มากี่ครั้งแล้ว 

ขณะที่นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บอกว่าร้านอาหารแห่งนี้จดทะเบียนบริษัท เมื่อปี 2567 แจ้งประกอบธุรกิจร้านอาหารเครื่องดื่ม และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด คนไทยถือหุ้น 1 ราย ร่วมถือหุ้นกับคนจีน 2 ราย สัดส่วน 51 เปอร์เซ็นต์ /49 เปอร์เซ็นต์ ทางกรมฯ เคยลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งบริษัทและผู้ถือหุ้นไม่ยอมเข้าชี้แจง ถือเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชี กรมฯอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและเรียกให้ชำระค่าปรับตามกฎหมายพร้อมส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก

“ได้ตรวจสอบร้านอาหารเขตห้วยขวางพบ 53 บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1 ล้านบาทถึงเกือบ 5,000 ล้านบาท บางร้านมีชื่อโยงกับบัญชีฟอกเงินของปปง. ได้ส่งข้อมูลให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กรมสรรพากร และปปง.เพื่อตรวจสอยเส้นทางเงินและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดแล้ว” นายพูนพงษ์ระบุและว่า เขตห้วยขวางเป็นพื้นที่ระวังพิเศษ จะบูรณาการร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมจัดหางาน ลงพื้นที่กวาดล้างธุรกิจนอมินีและธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง 

จากข้อมูลที่นำเสนอพอสันนิษฐานได้ว่าเหตุการณ์ไม่รับเงินไทยแต่รับเฉพาะเงินหยวน มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพียงแต่ลูกค้าไม่ได้ออกมาโววาย มิเช่นนั้นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คงไม่ระบุว่าเป็นพื้นระวังพิเศษ 

ถ้ามองถึงภาพรวมที่ชาวต่างชาติเข้ามาปักหลักตั้งฐานทำธุรกิจใจเมืองไทย เหตุการณ์ที่หนุ่มจีนแฉออกมาเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น  เพราะความจริงแล้วทุกพื้นที่ที่ต่างชาติลงทุน ผลประโยชน์หรือรายได้ที่เข้ารัฐไทยน้อยมาก แต่จะไหลไปตุงอยู่ในกระเป๋าของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่า 

บรรดานักธุรกิจและชาวบ้านในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น เกาะพะงัน เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต พังงา กระบี่ พัทยา ชลบุรี และอ.ปาย จ.แม่ฮองสอน เป็นต้น ต่างทราบกันดีว่าต่างชาติไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีใต้ เยอรมัน อังกฤษ และอิสราเอล สร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองแบบผูกขาด ใช้จ่ายจะไม่เน้นเงินสด แต่จะจ่ายด้วยการโอนไปบัญชีธนาคารที่ประเทศของตัวเอง 

ขณะเดียวกันมีการลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย อย่าง นายวิลคอด ดันแคน อายุ 51 ปี ชาวอังกฤษ เมาโคเคนขี่รถจักรยานยนต์ชนรศ.นพ.ธีรศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบหายใจฯ ศูนย์สุขภาพปอด บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตเวลาต่อมา ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน แจ้ง 7 ข้อหา อาทิขับรถขณะสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย นำไปฝากขัง คัดค้านประกันตัวเพราะอัตราโทษสูงเกรงจะหลบหนี ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอประกัน ศาลอนุญาตให้ประกัน ตำรวจสืบสวนพบว่าเปิดบริษัทนอมินี ทำกิจการเรือนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต

แม้ว่าที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะสั่งให้ตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้าสืบสวนจับกุม บริษัทนอมินีที่ผิดกฎหมายนั้น แทบจะไม่ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์อะไรไทยเลย นอกจากยับยั้งได้เพียงบางส่วนแถมจับกุมได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น 

แต่ถ้าให้บรรลุเป้าหมายแบบมีรายได้เข้าประเทศจริงๆ ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ตั้งดรีมทีมประกอบด้วย กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และปปง. ตรวจสอบบริษัทที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังทั่วประเทศแบบเจาะลึกในทุกด้านอาทิ บัญชีงบดุล ระบบภาษี รายได้ของผู้ถือหุ้นทั้งไทยและต่างชาติ และเส้นทางเงินจ่ายค่านักเลงให้หน่วยไหนบ้าง 

ถ้าทำได้จริงจะช่วยให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นแบบเหนือความคาดหมายและช่วยทลายภูเขาน้ำแข็งที่ก่อตัวมานานให้พังลงได้ แต่เชื่อว่ารัฐบาลนายอนุทิน ไม่กล้าที่จะลุยแบบเต็มสูบ เพราะเกรงจะไปกระทบกับพวก นักการเมือง ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ บางกลุ่ม ที่นั่งรับภาษีนักเลงอยู่ !

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img