“สุชาติ” สั่ง “กรมป่าไม้” เช็กบิลนายทุนโรงโม่หินปากช่อง ตัดถนนรุกป่าสงวน

175

กรุงเทพฯ, วันที่ 7 มิ.ย. – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้ความสำคัญกับกรณีมีชาวบ้านร้องเรียนรุกป่าเพื่อตัดสร้างถนนทำทางขึ้นเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหินตำบลหนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยยืนยันกระทรวงมีนโยบายเด็ดขาดในการปกป้องผืนป่าทั่วประเทศ ไม่ให้กลุ่มนายทุนเข้ามาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมสั่งการให้กรมป่าไม้ เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และใช้อำนาจตามข้อกฎหมายดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและตอบข้อสงสัยของพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด

ด้านนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ส่งหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.1 (ปากช่อง)  เข้าตรวจสอบ โดยทันที โดยได้มีการจับค่าพิกัดบริเวณพื้นที่ร้องเรียน พร้อมทำแผนที่เป็นรูปแปลงแล้วได้ค่าพิกัดจำนวน 36 จุด   และดำเนินการตรวจสอบว่าพื้นที่ที่ร้องเรียนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ อย่างไร

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จากตรวจสอบพบว่าบริเวณที่มีการร้องเรียนเรื่องการทำถนนของการทำสัมปทานโรงโม่หิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ได้จับค่าพิกัดรอบแปลงจำนวน 36 จุด ซึ่งเมื่อนำมาทำแผนที่ซ้อนทับ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตป่าคุ้มครอง แต่อยู่คาบเกี่ยวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 147 พ.ศ. 2509) โดยมีเนื้อที่ที่ถูกบุกรุกทำถนนจำนวน 1-3-65.75 ไร่ นอกจากนี้  ยังได้ตรวจสอบพบว่า บริเวณถนนที่มีการร้องเรียนทั้ง 36 จุดนั้น เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ประทานบัตรเลขที่ 28802/15686

ซึ่งกรมป่าไม้เคยอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ทว่าใบอนุญาตดังกล่าวได้สิ้นอายุใบอนุญาตลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 การเข้ามาตัดถนนหรือทำประโยชน์ในพื้นที่หลังจากนั้นจึงถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยล่าสุดกรมป่าไม้ให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจยึดพื้นที่ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาดต่อไป

“กรมป่าไม้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่ร่วมส่งข้อมูลและช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยกรมป่าไม้ยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส และบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมเพื่อทวงคืนผืนป่าให้กลับมาเป็นของประเทศชาติส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตได้มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป กรมป่าไม้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ข้อกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายนิกร กล่าว