หลานวัย20ปี ยอมรับกระหน่ำยิงน้าชายเพื่อป้องกันตัวเองและปกป้องคนในครอบครัวไม่ให้รับเคราะห์ หลังน้าชายเมาหนักท้าทายโยนปืน 3 กระบอก ท้าให้พ่อดวลปืนเหตุมีปากเสียงเรื่องส่วนตัวและปมทรัพย์สิน
เมื่อเวลา 03.10 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2569 พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านพัก ซอยสะแกงาม 35/3 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ต่อมาในช่วงเช้าพนักงานสอบสวนสน.ท่าข้าม พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าตรวจสอบเหตุ หลานชายวัย 20 ปี ทราบชื่อภายหลังคือ นายพนิต ฯ ( สงวนนามสกุล) อายุ 20ปี เป็นผู้ก่อเหตุยิงนายอนิรุธ ฯ( สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เสียชีวิตภายในห้องนอนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ 3 โดยในที่เกิดเหตุลักษณะเป็นห้องนอนใหญ่ ของพ่อและแม่ของนายพนิตฯ โดยผู้เสียชีวิต อยู่ในลักษณะนอนหงาย นุ่งกางเกงขาสั้น เสื้อยืดมีลาย ถูกอาวุธปืน ขนาด9 มม. บริเวณลำตัวหลายนัด ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติพี่น้อง ที่อยู่จำนวนหลายคนในบ้านหลังดังกล่าว
จากการสอบสวนพบว่าผู้ตาย นายอนิรุธฯ ได้กลับเข้ามาในบ้านประมาณตี 2 ในลักษณะมึนเมา หลังออกไปดื่มกินนอกบ้านจากสาเหตุปัญหาส่วนตัว ประกอบกับมีเรื่องค้างคาในใจเกี่ยวกับทรัพย์สินภายในครอบครัว จึงกลับเข้ามาที่บ้าน จากนั้นได้ไปปลุกคนในบ้านตั้งแต่ชั้น1-3 ด้วยการเคาะและถีบประตูเสียงดัง ทำให้คนในบ้านทั้งหมดรวม6คนรู้สึกตื่นตกใจ จึงไปรวมตัวกันที่ห้องเกิดเหตุบริเวณชั้น 2 ประกอบด้วยอาม่า,พ่อและแม่ผู้ก่อเหตุ น้องผู้ก่อเหตุ น้าชายซึ่งเป็นน้องชายของแม่ และผู้ก่อเหตุ รวมทั้งหมด 6 คน จากนั้นก็มีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องทรัพย์สิน ก่อนที่ผู้ตายจะขึ้นไปเอาอาวุธปืนบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องนอน รวม4กระบอก ประกอบด้วยปืนกล็อก 9 มม.จำนวน 2 กระบอก ,ปืนยาว .22 จำนวน1กระบอก และปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก ลงมาบริเวณชั้น 2 ห้องเกิดเหตุ
จากนั้น ได้โยนปืนจำนวน 3 กระบอกใส่บนที่นอนเพื่อให้พ่อของผู้ก่อเหตุดวลปืนกับผู้ตาย แต่ระหว่างนั้นได้มีการท้วงติงและห้ามปรามปราบจากคนในครอบครัวแต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์จะลงเอยด้วยการ ที่หลานชายใช้อาวุธปืนกล็อกที่อยู่บนที่นอน ยิงผู้ตาย4 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
โดยพ่อของผู้ก่อเหตุ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุสั้นๆเพียงว่า พูดตายเมาสุราเข้ามาภายในบ้าน และสร้างความหวาดกลัว ลูกชายของตนเองจึงป้องกันตัวและปกป้องคนในครอบครัวก่อนที่จะขอตัวเข้าไปในบ้านพัก
ส่วนนายพนิตฯผู้ก่อเหตุ ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปที่ สน. ท่าข้าม ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าได้มีการขอขมากับน้าชายผู้เสียชีวิตแล้วหรือยัง ซึ่งนายพนิตฯก็รับด้วยการพยักหน้า และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะขึ้นรถ
ขณะที่เพื่อนบ้านเล่าว่าในส่วนของครอบครัวผู้ตายรู้จักกันมานานในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง ส่วนผู้ก่อเหตุยังเป็นเด็กไม่ได้สนิท ที่ผ่านมาตนเองได้พูดคุยกับคนในบ้าน หลังจากดังกล่าว ซึ่งมีอัธยาศัยดี ส่วนคนตายทราบว่ามีการสะสมอาวุธปืนมานานแล้ว เนื่องจากเอาไว้เก็งกำไรส่วนปัญหาภายในครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินมรดกนั้นก็ทราบมาคร่าวๆแต่ในรายละเอียดตนเองไม่ทราบ แต่ก็น่าเสียดายไม่น่าใจร้อนถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต

