หน้าแรกการเมืองอ.ปานเทพ ตัวแทนภาคประชาชนพักร่วมประชุมกระทรวงพลังงาน จี้ลดราคาน้ำมัน-กำหนดเพดานค่าการกลั่น ย้ำ “ความทุกข์ประชาชนรอไม่ได้”

อ.ปานเทพ ตัวแทนภาคประชาชนพักร่วมประชุมกระทรวงพลังงาน จี้ลดราคาน้ำมัน-กำหนดเพดานค่าการกลั่น ย้ำ “ความทุกข์ประชาชนรอไม่ได้”

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กระทรวงพลังงาน อาจารย์ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน, นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมการนโยบายสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริการสาธารณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาคุ้มครองผู้บริโภค น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงาน และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ได้ร่วมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้เร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นธรรมต่อประชาชน

โดย อ.ปานเทพ เปิดเผยว่า ภาคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานมาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 ครอบคลุมทั้งโครงสร้างราคาน้ำมัน การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ LPG และค่าไฟฟ้า โดยต่อมาได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนตามคำสั่งของรัฐมนตรี และมีการประชุมร่วมกันแล้ว 2 ครั้ง อย่างไรก็ตามแม้จะมีการหารืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการกำหนดเพดานค่าการกลั่นและการลดค่าการตลาดน้ำมัน ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนประกาศยุติการเข้าร่วมประชุมเป็นการชั่วคราว จนกว่ากระทรวงพลังงานจะนำมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ไปดำเนินการให้เกิดผลจริง

“การที่รัฐบาลเพิกเฉยเดี๋ยวปล่อยให้กลุ่มทุนพลังงานเอาเปรียบประชาชนอย่างมหาศาลอย่างต่อเนื่องและมีความเสียหายจากการเอาเปรียบเกิดสมควรจากประชาชนที่เกิดขึ้นทุกวันไม่ต่ำวันละ 800-1,000 ล้านบาทการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันจึงเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและไม่อาจจะรอแก้ไขปัญหาได้แม้แต่วันเดียว ดังนั้นแล้วการประชุมของคณะทำงานร่วมที่มีมากกว่า 4 4 สัปดาห์โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจึงไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้น้ำมัน โดยทางคณะทำงานจึงขอยุติการประชุมเป็นการชั่วคราวจนกว่ารัฐมนตรีจะนำมติที่ประชุมที่มีข้อเสนอร่วมกันเมื่อในวันที่ 22 พฤษภาคมไปปฏิบัติ ให้เป็ให้เป็นรูปประธรรมเพื่อปรับปรุงโครง  สร้างราคาพลังงานในประเด็นอื่นต่อไปและขอให้มีความจริงใจในการปฏิรูปราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นรูปประธรรมโดยเร็วโดยให้ยึดหลักตามแนวพระราชดำริ และหลักการทรงงาน ของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือทรงยึดถือ “ความทุกข์ของประชาชนรอไม่ได้ หากเป็นปัญหาเร่งด่วนของประชาชน ก็ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระต่อไปทุกวัน รวมถึงมองว่าการที่ทางกระทรวงพลังงานนั้นจะมีการคณะอนุกรรมการชุดใหม่มีกรอบการทำงานเบื้องต้นประมาณ 1 เดือน  มองว่าเป็นกรอบระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป  สำหรับการเดินทางมาในวันนี้เพื่อที่จะขอยุติการประชุมกับคณะทำงานร่วมก่อนเพื่อให้เกิดความคืบหน้าแต่พร้อมให้กำลังใจกับคณะทำงานของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์” อ.ปานเทพ กล่าว

ด้าน น.ส.รสนา กล่าวว่า ควรมีการตรวจสอบและติดตามเงินส่วนต่างจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันในอดีต ซึ่งได้รับการชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายน้ำมันและสต๊อกน้ำมันย้อนหลัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชน

ขณะที่ “คุณโอ๋”นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ดำรงตำแหน่งเป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ชี้แจงว่า รัฐมนตรีได้ใช้อำนาจผ่านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาและพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยครอบคลุมทบทวนค่าการกลั่น (GIM) ค่าการตลาด และราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น พร้อมกันนี้ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการที่ไม่มีส่วนได้เสียกับผู้ประกอบการเข้าร่วมพิจารณา อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนและด้านพลังงาน เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้าน และจะเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าร่วมให้ข้อมูลในกระบวนการดังกล่าว  นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสต๊อกน้ำมันย้อนหลังในช่วงเดือนมีนาคม รวมถึงประเด็นการกักตุนหรือเก็งกำไรจากสต๊อกน้ำมันเดิม โดยยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการจ่ายชำระเงินในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้คณะอนุกรรมการชุดใหม่มีกรอบการทำงานเบื้องต้นประมาณ 1 เดือน แต่กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อผลักดันการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนต่อประชาชน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img