“นิกร” ชี้ “ค้ามนุษย์” เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ยัน รบ.มุ่งกำจัดให้หมดจากประเทศตามแผน “Thailand TIP ZERO 2030”

193

กรุงเทพฯ, วันที่ 5 มิถุนายน – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking” พร้อมมอบรางวัลแก่บุคคลและหน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม., ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ, องค์กรภาคประชาสังคม, องค์กรศาสนา, องค์การระหว่างประเทศ, สถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

นายนิกร กล่าวว่า การค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความซับซ้อนและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการแสวงหาประโยชน์ อีกทั้งส่งเสริมความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน

นายนิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย หรือ “Thailand TIP ZERO 2030” พร้อมรณรงค์เผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและภาคีเครือข่าย เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างการยอมรับในเวทีระดับสากล

นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การนำเสนอวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย , การประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย , พิธีมอบรางวัลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้แก่ บุคคลดีเด่น หน่วยงานดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จังหวัดต้นแบบขับเคลื่อน การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และสถานศึกษาต้นแบบป้องกันการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 , บูธนิทรรศการแสดงกิจกรรมและผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ,  บูธหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการดำเนินคดี การป้องกัน และการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย และบูธองค์กรภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศ

รมว.พม. กล่าวว่า ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนงานต้านการค้ามนุษย์ทุกมิติ ตั้งแต่ ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งปราบปรามเครือข่ายการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและออนไลน์ พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามหลักนิติธรรม, ด้านการคุ้มครองผู้เสียหาย ด้วยการยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน อีกทั้ง เชื่อมโยงการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมุ่งเน้นผลลัพธ์ในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและป้องกันการตกเป็นผู้เสียหายซ้ำ,

ด้านการป้องกัน ด้วยการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อลดความเปราะบางของกลุ่มเสี่ยง ผ่านกลไกด้านแรงงาน สวัสดิการสังคม การศึกษา อีกทั้งการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชน และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัว และทุกคนมีบทบาทในการป้องกัน และ ด้านความร่วมมือ ด้วยการขับเคลื่อนการทำงานแบบ “Whole-of-Government” และ “Whole-of-Society” เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

“ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพราะเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังของพวกเราทุกคน เพื่อไม่ให้มีใครต้องเผชิญกับความอยุติธรรมจากปัญหาการค้ามนุษย์เพียงลำพังอีกต่อไป” นายนิกร กล่าว