หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมผบ.ตร.ลงพื้นที่สังขละบุรี เร่งคลี่ปม ‘น้ององุ่น’ ดับปริศนา –เก็บตัวอย่าง DNA กว่า 20 ราย

ผบ.ตร.ลงพื้นที่สังขละบุรี เร่งคลี่ปม ‘น้ององุ่น’ ดับปริศนา –เก็บตัวอย่าง DNA กว่า 20 ราย

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ สภ.สังขละบุรี ประชุมติดตามคดีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ หลังพบศพในสวนยาง เร่งสอบปากคำพยานแล้วกว่า 30 ปาก พร้อมเก็บตัวอย่าง DNA จากบุคคลในพื้นที่กว่า 20 ราย รวมถึงพระสงฆ์ ช่างก่อสร้าง และกลุ่มชาวบ้าน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าและร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของน้ององุ่น เด็กหญิงวัย 7 ปี ที่ถูกพบเสียชีวิตอยู่ภายในสวนยาง พื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569

โดยทันทีที่เดินทางมาถึงสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปผลการสืบสวน ของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีตลอดหลายวันที่ผ่านมา ที่ได้มีการสอบปากคำ พยานบุคคลไปแล้ว กว่า 30 ปาก รวมถึงมีการเก็บตัวอย่าง DNA จากชาวบ้านรวมถึงพระสงฆ์ เด็กวัด ช่างก่อสร้าง และทีมฉายหนังกลางแปลง รวมมากกว่า 20 คน

ขณะเดียวกัน เมื่อวานที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวแม่และครอบครัวของนายมอญชาญ ชายวัย 45 ปี ซึ่งถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่พบศพของน้ององุ่น มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบเสื้อผ้าและกระเป๋า ที่มีกลิ่นเหม็นเน่า ของนายมอญชาญถูกซุกซ่อนทิ้งไว้ด้านหลังบ้านของนายมอญชาญเอง อีกทั้ง ข้อมูลเรื่องที่อยู่ของนายมอญชาญในวันที่น้ององุ่นหายตัวไป ยังมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันหลายจุด จึงจำเป็นต้องเรียกตัวแม่น้องสาวรวมถึงครอบครัวของนายมอญชานมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะได้ลงพื้นที่บริเวณจุดพบศพรวมถึงลงพื้นที่หมู่บ้านทิโคร่ง ด้วยตนเองอีกครั้ง

ต่อมา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า คดีการเสียชีวิตของน้ององุ่น ขณะตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งโดนลวงมาทำร้าย หรือ น้องอาจจะเดินหลงทางมาแล้วถูกสัตว์มีพิษกัด เพราะข้อมูลจากชุดสืบบอกว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีงูเห่า 

ส่วนผลการชันสูตรยังไม่สามารถระบุได้ว่าเสียชีวิตจากอะไร เนื่องจากอวัยวะภายในเน่าเสียทั้งหมด แต่จากสภาพบาดแผลภายนอกไม่มีร่องรอยที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ 

เบื้องต้นแนวทางของแพทย์นิติเวชหลังจากนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบพิษในร่างกายน้ององุ่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

ส่วนข้อสงสัยเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ ที่สื่อบางสำนักนำเสนอว่าพบสัญญาณโทรศัพท์น้ององุ่น  ข้อเท็จจริง คือ ไม่มีประเด็นนี้ แต่นักข่าวบางสำนักอาจสับสนกับประเด็นที่ตำรวจต้องการสื่อว่า ก่อนหน้านี้ได้เช็คสัญญาณโทรศัพท์ผู้เกี่ยวข้องในคดีเกือบๆ 20 คน เพื่อพิสูจน์คำให้การของแต่ละคนว่าพูดจริงหรือไม่อย่างไร

สำหรับ “นายมรชาญ” ชาวพม่า ที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน 1 เดือน  โดยคำให้การของแม่และเพื่อนไม่ตรงกัน  เพื่อนบอกว่า มรชาญ อยู่บ้านตลอด ในวันเกิดเหตุ แต่แม่บอกว่า มรชาญ ออกไปทำบัตรตอนเช้า แวะเข้าบ้านแล้วออกไปข้างนอกต่อ รวมทั้งประเด็นเสื้อผ้า ติดกลิ่นเน่าเหม็น ตำรวจบอกว่า ยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img