ปลัด ทส. นำทีมประชุมสมัชชา GEF ที่อุซเบกิสถาน เรียกร้องปท.พัฒนาแล้วเร่งเพิ่มสมทบกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก เตรียมหารือหน่วยเกี่ยวข้องกำหนดกรอบโครงการขอรับการสนับสนุน

229

อุซเบกิสถาน, วันที่ 4 มิถุนายน นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยและหน่วยงานกลางประสานการดำเนินงานของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility Operational Focal Point : GEF OFP) พร้อมด้วยนายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัด ทส. และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมสมัชชากองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ครั้งที่ 8 (The 8th GEF Assembly) ณ Silk Road Samarkand Congress Center เมืองซามาร์คันด์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ร่วมกับผู้แทนจาก 186 ประเทศ เพื่อหารือทิศทางและกรอบการสนับสนุนของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) สำหรับการดำเนินงานรอบที่ 9 (GEF-9) ระหว่างปี พ.ศ. 2569 – 2573

การประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดแนวทางสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก โดย GEF เป็นกลไกทางการเงินด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก ซึ่งสนับสนุนโครงการใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดิน การจัดการสารเคมีและของเสีย และการจัดการน่านน้ำสากล รวมถึงการสนับสนุนโครงการบูรณาการ (Integrated Programme : IP) ที่มุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเชื่อมโยง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์สูงสุด

โอกาสนี้ นางรวีวรรณ ได้กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยระบุว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก GEF ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นแล้วกว่า 70 โครงการ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ เช่น การจัดสารมลพิษ U-POPs และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เป็นต้น โดยการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นการกำหนดกรอบสนับสนุนทางการเงินรอบสุดท้ายภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 จึงเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วเร่งเพิ่มการสมทบทุนแก่ GEF และขอให้ GEF กระชับขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอโครงการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถเข้าถึงงบประมาณได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ปลัด ทส.ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลผลการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณกับ GEF Agency เช่น FAO และ  IUCN เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาข้อเสนอโครงการของไทย ทั้งนี้ GEF จะประกาศวงเงินที่จะให้การสนับสนุนแต่ละประเทศในรอบ GEF-9 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (national dialogue) เพื่อกำหนดกรอบโครงการที่ประเทศไทยเห็นควรเสนอขอรับการสนับสนุนจาก GEF-9 และให้หน่วยงานต่าง ๆ เตรียมจัดทำข้อเสนอโครงการให้ทันตามกำหนดเวลาต่อไป