กรุงเทพฯ, วันที่ 3 มิถุนายน – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยเปิดลงทะเบียนและยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ อีกทั้งมีการสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจําเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) พม.
ทั้งนี้ พม.ในฐานะหน่วยงานภาครัฐด้านสังคมที่มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตนจึงได้กำชับหน่วยงาน พม.จังหวัด ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และศูนย์-สถาน-บ้าน-นิคม เตรียมความพร้อมในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว อีกทั้งมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) กระทรวง พม. จัดเตรียมและสนับสนุนข้อมูลกลุ่มเปราะบางในระบบ MSO-LOGBOOK ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลหลักที่มีการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนทั่วประเทศ ให้แก่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลในช่วงกระบวนการยืนยันข้อมูลในระดับพื้นที่ รวมถึงการช่วยเหลือกรณีประชาชนที่ประสบปัญหาความความเดือดร้อนยากลำบากจริง แต่ไม่มีข้อมูลในระบบ MSO-LOGBOOK เพื่อให้สามารถบันทึกข้อมูลในระบบได้
นายนิกร กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้กองตรวจราชการ (กตร.) กระทรวง พม. ซักซ้อมความเข้าใจให้กับ พมจ. และหน่วนงาน พม. จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเตรียมแผนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ สำหรับการลงทะเบียนและยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ อาทิ การยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียม
“อย่างไรก็ตาม ตนขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ พมจ.ทั่วประเทศ รวมถึงประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนกลุ่มเปราะบางเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมว.พม. กล่าว

