คลังชี้ “รถเก่าแลกรถใหม่” ติดปมบริหารซากรถและประเมินมูลค่ารถใช้แล้ว ย้ำรัฐไม่มีศักยภาพรับภาระจัดการรถเก่าทั่วประเทศ สั่งสรรพสามิตร่างมาตรการใหม่ที่ทำได้จริงและตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานมากกว่าเดิม
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่าจะไม่มีการดำเนินโครงการ ‘รถเก่าแลกใหม่’ ต่อ เนื่องจากติดข้อจำกัดในการประเมินมูลค่ารถยนต์ และการบริหารจัดการซากรถอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยกรมสรรพสามิตจะเร่งศึกษาโครงการใหม่ๆ แทนที่ ตามวัตถุประสงค์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลวรณระบุว่า หัวใจสำคัญของมาตรการ ‘รถเก่าแลกใหม่’ คือ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์รถยนต์จะต้องรับผิดชอบรถเก่าที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนด้วยตนเอง เพื่อแลกกับการขายรถยนต์ใหม่ ไม่ใช่เป็นภาระของภาครัฐ พร้อมย้ำว่า หากผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือ โครงการก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้
“ส่วนสำคัญที่สุด บริษัทที่เป็นเจ้าของรถยนต์จะแบรนด์ไหนก็ตาม ต้องรับรถเก่ากลับไปบริหารจัดการ ไม่ใช่รัฐ เพื่อแลกกับการขายรถใหม่ หากผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแบรนด์ไม่ร่วมมือ เพราะภาครัฐคงไม่มีศักยภาพที่จะทำได้”
สำหรับแนวทางบริหารจัดการรถยนต์เก่าที่เข้าร่วมโครงการนั้น นายลวรณ กล่าวว่า หากรถยังอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ อาจมีทางเลือกในการส่งออกไปยังประเทศที่สาม ขณะที่รถที่หมดสภาพหรือมีอายุการใช้งานมากแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการทำลายซากอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ นายลวรณ ระบุว่า กรมสรรพสามิตกำลังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของมาตรการใหม่ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะต่อไป หลังเจ้าหน้าที่เร่งศึกษารายละเอียดและรูปแบบที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
“สรรพสามิตน่าจะมีโครงการใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่ ซึ่งอาจบริหารจัดการได้ง่ายกว่า และได้ผลลัพธ์ที่เป็นที่ต้องการ” นายลวรณกล่าว

