หน้าแรกการเมือง"เอกนิติ" ควงผู้บริหารกรุงไทย ลุยตลาดธนบุรี ทดลองใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ย้ำเพื่อลดค่าครองชีพ ปชช.จากเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

“เอกนิติ” ควงผู้บริหารกรุงไทย ลุยตลาดธนบุรี ทดลองใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ย้ำเพื่อลดค่าครองชีพ ปชช.จากเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

“เอกนิติ” ควงผู้บริหารกรุงไทย ลุยตลาดธนบุรี ทดลองใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ย้ำเพื่อลดค่าครองชีพ ปชช.จากเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันไม่ขัดข้อง หลังฝ่ายค้านจ่อตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้งบ แย้มกลุ่มรายได้น้อยไม่มีบัตรสวัสดิการ-สมาร์ทโฟน เตรียมเสนอเข้า ครม.พรุ่งนี้ ให้เปิดทบทวนสิทธิ์

วันนี้ (1 มิ.ย.69) ที่ตลาดสดธนบุรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ดูความพร้อมของร้านค้าและการใช้สิทธิ์ของประชาชนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเริ่มให้ประชาชนและร้านค้าได้ใช้สิทธิ์เป็นวันแรก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนได้เข้ามาสอบถามและต้องการให้เพิ่มวงเงินใช้จ่ายแต่ละวัน เนื่องจากมองว่าวันละ 333 บาทอาจจะน้อยไป รวมถึงอยากให้เพิ่มจากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท

นายเอกนิติ ได้อธิบายว่าโครงการดังกล่าวนี้รัฐต้องการช่วยค่าครองชีพของประชาชนจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งพบว่าสินค้ามีการปรับราคาที่สูงขึ้นนอกจากนั้น นายเอกนิติได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านค้า โดยทดลองสแกนใช้จ่ายโครงการ โดยเลือกซื้อมะพร้าวถอดเสื้อราคา 60 บาท โดยสแกนจ่ายในราคา 24 บาท โดยระบุว่า “ใช้ง่ายมากเลย” ก่อนที่จะแนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันนกกระซิบ เพื่อวิเคราะห์ยอดขาย เพื่อจะได้รู้ว่าช่วงเวลาใดมีลูกค้าเยอะและช่วงใดที่ลูกค้าน้อยจะได้ทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีช่วงเวลาในการพัก ทั้งยังแนะนำว่าสามารถนำยอดขายไปประกอบการยื่นกู้สินเชื่อกับทางธนาคารได้ ซึ่งจะมีการสรุปยอดในทุกวัน นอกจากนี้ ยังพูดคุยกับร้านขายข้าวสาร อาหารทะเลแห้ง ร้านขายผักสดและร้านผลไม้ ซึ่งพบว่ามีประชาชนมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ

นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ได้มาสำรวจตลาดจากการที่เปิดใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ตนเองดีใจที่เห็นคนมาใช้ไทยช่วยไทยพลัส โดยตนเป็นตัวแทนของกระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทย ที่เป็นคนทำระบบเบื้องหลัง ที่มาดูเพราะอยากคุยกับพ่อค้าแม่ค้า โดยถือว่าโครงการดังกล่าวช่วยลดค่าครองชีพเขาจริง เพราะทุกรายการที่ซื้อรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ช่วยให้ค่าครองชีพถูกลง ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดสงครามที่เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ของเริ่มแพงขึ้น

นายเอกนิติ ระบุว่า ตนเองโดยได้สอบถามชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้าว่าระบบเป็นอย่างไร ใช้ยากหรือไม่ ซึ่งเขาก็บอกว่าง่ายมาก และได้ลองใช้เองว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งผู้ซื้อง่าย ผู้ขายก็สะดวก โดยตนเองได้แนะนำผู้ขายให้ใช้นกกระซิบที่เป็น AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลการขายและยอดขายว่าขายดีหรือไม่ สินค้าชนิดใดขายดี ราคาขายเฉลี่ยเท่าไร และ AI นกกระซิบจะสรุปยอดขายทุกวัน และสามารถนำไปขอสินเชื่อที่ธนาคารได้เลย โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ เพื่อช่วยให้ไปกู้นอกระบบ อยากให้พ่อค้าแม่ค้าวิเคราะห์และเข้าใจต้นทุนของสินค้าที่ซื้อมาด้วย ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 26,005,000 คนที่เข้าโครงการนี้จะช่วยทำให้เขาลดค่าครองชีพได้

ขณะที่การใช้จ่ายในวันนี้มีร้านค้าทั้งหมด 1,050,000 ร้านค้า โดยเป็นส่วนเดิมของคนที่เคยเข้าโครงการคนละครึ่งแล้วและมากดยืนยันรับสิทธิ์เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งยังเปิดรับเรื่อย ๆ พ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้เข้าก็อยากแนะนำให้เข้าโครงการ เพราะยังเปิดรับตลอดจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม นี้

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน และใช้งบในโครงการต่าง ๆ ขัดข้องหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่เลย โครงการไทยช่วยไทยพลัสและโครงการอื่น ๆ ที่เราใช้ ตนเองเน้นเรื่องความโปร่งใส เรายินดีที่จะถูกตรวจสอบ และการที่เราให้โครงการไทยช่วยไทยพลัสโดยใช้เป๋าตังและถุงเงิน เม็ดเงินถูกจ่ายเข้าประชาชน 100% เพราะนำดิจิทัลมาใช้ พร้อมย้ำว่าวันนี้ผลพลอยได้คือพ่อค้าแม่ค้าที่ได้ใช้ระบบดิจิทัลในส่วนนี้ด้วย

ส่วนสิทธิ์ที่ค้างอยู่ 3,000,000 สิทธิ์ เงินส่วนนี้จะโยกไปใช้บริหารจัดการในโครงการรัฐด้านไหนบ้าง นายเอกนิติระบุว่า วงเงินที่เหลือสามารถนำไปใช้โครงการอื่นที่ใช้เยียวยาประชาชน ช่วยลดความเดือดร้อน เพราะโครงการทั้งหมดที่รัฐบาลทำ เราต้องการช่วยชาวบ้าน วันนี้เกิดวิกฤตสงครามตะวันออกกลางซึ่งยังไม่จบ สินค้าก็อาจจะยังแพงขึ้น เราต้องการแก้วิกฤตปากท้องของพี่น้องประชาชน ก็ดีใจที่เจอกับพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อของและช่วยลดค่าครองชีพได้จริง

สำหรับกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะช่วยกลุ่มนี้อย่างไร นายเอกนิติกล่าวว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ บุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือรายได้น้อย ใช้ผ่านบัตรสวัสดิการ ซึ่งวันนี้มี 13.2 ล้านคน ซึ่งกลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟนน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย และวันพรุ่งนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยมีการเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ใหม่ โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบสิทธิ์ ดังนั้นใครที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เข้าใจว่าน่าจะเป็นคนที่มีรายได้น้อยกลุ่มคนเหล่านี้ และเปิดให้ลงทะเบียนภายใน 2 เดือน โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 กรกฎาคม ให้สามารถเข้าสู่บัตรสวัสดิการ ส่วนเงื่อนไขจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนั้น ขอให้รอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้

เมื่อถามย้ำว่า หากไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่ได้เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องทำอย่างไร นายเอกนิติกล่าวว่าให้ติดต่อที่กระทรวงมหาดไทยได้เลยนายเอกนิติกล่าวอีกว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องใช้วันแรก ใช้เมื่อไรก็ได้ เราไม่ตัดสิทธิ์ แต่ใช้ได้เพียงเดือนละ 1,000 บาท และที่ให้ใช้วันละ 200 เดือนจบแล้วจบเลย ไม่สมทบไว้ได้ เพราะจุดประสงค์ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องการช่วยลดค่าครองชีพ ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้คำนึงถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าไรเพราะจุดประสงค์คือการแก้วิกฤตปากท้องของประชาชนนายเอกนิติกล่าวทิ้งท้ายว่าขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจโครงการไทยช่วยไทยพลัส และสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เราเตรียมไว้ก็เชื่อว่าเพียงพอสำหรับประชาชน เพราะครั้งนี้เห็นว่าทุกคนไม่ต้องมาแย่งกัน เพราะเราพูดคุยกับปลัดกระทรวงการคลังแล้วว่าจะมีการเตรียมสิทธิ์ให้เพียงพอ เพราะต้องการช่วยเหลือคน ดังนั้นจะเห็นว่าคนที่เข้ามาก็เพียงพอสิทธิ์ที่เหลืออยู่ เราก็จะไปใช้ช่วยคนในโอกาสอื่น และยินดีที่ร้านค้าเข้ามาค่อนข้างมากกว่า 1,000,000 ร้านค้าและยังเปิดอีกทั่วประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ ในตลาดโดยเฉพาะรายย่อย คนที่ยังไม่ได้สมัครให้ไปสมัครและไปติดต่อธนาคารกรุงไทย ส่วนประชาชนให้ไปติดต่อที่กระทรวงมหาดไทย ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ และยังสามารถเปิดรับคนที่ยังไม่เคยเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถเข้ามาสมัครได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

ขณะที่นายผยงกล่าวถึงยอดการใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ตั้งแต่เวลา 06:00 – 09:00 น.ว่ามีการใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 170,000,000 บาท โดยมีผู้ใช้จ่ายเกือบ 900,000 คน และมียอดซื้อขายแล้ว 1.1 ล้านรายการ โดยมีจำนวนกว่า 220,000 ร้านค้า และขณะนี้ได้เปิดระบบให้มีการทำธุรกรรมสูงสุด 300,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อเตรียมรองรับในวันแรก และตามปกติช่วงที่มีโครงการวันจันทร์ อังคารจะมีประชาชนเข้ามาใช้มากที่สุดประมาณ 16:00 น.

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img