กรุงเทพฯ, วันที่ 30 พฤษภาคม – “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าประชาชน เบอร์ 10 พร้อมกับ “นุ” ภาณุวัฒน์ ศรีวงษา ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางเขน พรรคประชาชน เบอร์ 1 ร่วมกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์ ที่ร้าน Wind and Wild เขตบางเขน เพื่อนำเสนอนโยบายในการพัฒนากรุงเทพมหานครด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม โดยจัดเป็นวงพูดคุยในบรรยากาศอบอุ่น มีประชาชนในพื้นที่ร่วมรับฟัง ร่วมเสวนาโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค, ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ, ภูริวรรธก์ ใจสําราญ สส.กรุงเทพฯ, พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ และ ประมวล สุธีจารุวัฒน สส.บัญชีรายชื่อ
ชัยวัฒน์กล่าวว่า จากการรับฟังปัญหาของชาวบางเขน พบว่าหลายบ้านที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรและก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ ทำให้เมื่อสาธารณูปโภคต่างๆ ทรุดโทรม เช่น ถนนพัง ไม่มีท่อระบายน้ำ ฝนตกน้ำก็ท่วมทันที ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข หากได้รับการเลือกตั้ง ผู้ว่าประชาชนจะใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร กทม. โดยอาศัยกฎหมาย 2 ระดับที่ประกาศใช้ออกมาแล้ว คือ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ที่ทำให้การจัดตั้งนิติบุคคลของหมู่บ้านจัดสรรทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคของหมู่บ้านจัดสรรได้ รวมถึงใช้กลไกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครในการให้ กทม. จัดสรรงบประมาณไปปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ที่มีการใช้สอยร่วมกันเพื่อประโยชน์ของชุมชนไม่ต่ำกว่า 10 ปี ให้เป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชนได้

อีกปัญหาคือเรื่องใบส่งตัว เพราะบางเขตใน กทม. ไม่ได้มีโรงพยาบาลรัฐ การไปหาหมอที่คลินิกอบอุ่นซึ่งเป็นระดับปฐมภูมิ มักจะมีปัญหาการไม่ออกใบส่งตัวให้ ซึ่งเป็นปัญหาของระบบบริหารจัดการงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัว การแก้ปัญหาเชิงระบบต้องให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลสุขภาพของประชาชน ขอรับโอนการบริหารจัดการสิทธิบัตรทองจาก สปสช. มาอยู่ที่ กทม. เปลี่ยนโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่ กทม. เป็นกลไกหลักในการทำงาน ทำงานร่วมกันกับระบบปฐมภูมิ รวมถึงเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินที่ทำให้คลินิกอบอุ่นมีรายได้เพียงพอที่จะให้บริการและไม่ขาดทุนจากการออกใบส่งตัว ซึ่งสามารถเริ่มได้เลยจากโรงพยาบาลสังกัด กทม.
ขณะที่ปัญหาน้ำท่วม พื้นที่กรุงเทพตอนเหนือเกิดปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง นอกจากไม่มีการลอกท่อ 100% แล้ว ปัญหาที่ได้รับเสียงสะท้อนมาคือไม่มีแม้แต่ท่อให้ลอกด้วยซ้ำ ดังนั้นต้องทำให้กรุงเทพฯ ตอนเหนือ มีท่อระบายน้ำฝน แล้วเรื่องลอกท่อ 100% ไม่ตกหล่น จึงตามมาได้

ชัยวัฒน์ย้ำว่า ตนเชื่อว่าปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมา เป็นปัญหาที่คนกรุงเทพหลายพื้นที่เผชิญอยู่ วันที่ 28 มิถุนายนนี้ หากประชาชนเลือก เบอร์ 10 ก็จะได้ชัยวัฒน์เป็นผู้ว่า กทม. พร้อมทีมบริหาร กทม. ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ได้ ส.ก. พรรคประชาชนทั้ง 50 เขตที่เข้าใจปัญหาของแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี และได้ทีมงานของพรรคประชาชนที่มีความสามารถ มีเจตจำนงทางการเมือง จะเข้าไปทำให้กรุงเทพเป็นเมืองแคร์คน ประชาชนใช้ชีวิตง่ายขึ้นในทุกวัน
จากนั้นชัยวัฒน์เดินทางไปหาเสียงต่อที่ตลาดถนอมมิตร และตลาดโอโซน เขตดอนเมือง ร่วมกับ “โบ๊ท” อดิศร ฤกษ์ลักษณี ผู้สมัคร ส.ก. เขตดอนเมือง พรรคประชาชน เบอร์ 4 โดยช่วงหนึ่งชัยวัฒน์ได้ไปสำรวจปัญหาทางเท้าในพื้นที่ที่ไม่ถูกออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ส่งผลให้ประชาชนโดยเฉพาะคนพิการเดินทางยากลำบาก พร้อมกันนี้ได้เสนอนโยบาย “เดินทางร่มเย็น” ด้วยการเพิ่มต้นไม้ใหญ่ตลอดริมทางเท้าเพื่อเพิ่มร่มเงาให้คนเดินทางและบรรเทาอากาศร้อนของ กทม.

