เมื่อวันที่22 กุมภาพันธ์ ที่ ศปก.ตร.ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1-9 นครบาล ร่วมประชุมพิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองครั้งที่ 2/2562

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ ส่งแผนการดูแลความเรียบร้อยดูแลการเลือกตั้ง และให้ส่งกลับมาภายในวันที่ 1 มีนาคม เพื่อรายงานให้ กกต.ให้ทราบ พร้อมทั้งเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การทำลายป้ายหาเสียง ยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งมีรายละเอียดของข้อกฎหมายที่ต้องบังคับใช้มากพอสมควร

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า สิ่งที่ กตต. เป็นห่วงคือเรื่องการรักษาความปลอดภัย ยิ่งช่วงใกล้วันเลือกตั้งจะความเห็นไม่ตรงกัน แต่คิดว่าคงไม่เกิดความรุนแรง ส่วนภาคใต้ก็ยังน่าเป็นห่วงสถานการณ์ความปลอดภัย พร้อมทั้ง ได้ขอความร่วมมือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นดูแลความปลอดภัย การขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้าที่จะต้องจัดส่ง มาที่ กรุงเทพมหานคร เพื่อรอนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 24 มีนาคม โดยขอให้ ตำรวจคุ้มครอบหีบบัตรเลือกตั้งตลอดเส้นทาง พร้อมให้ สถานีตำรวจ ใช้ห้องขังผู้ต้องหาในการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง ที่จะใช้ก่อนวันลงคะแนน และให้ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษ เพราะวันดังกล่าวอาจจะต้องใช้เวลาการนับคะแนนถึงเวลา 21.00น.

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือให้ตำรวจจัดสรรกำลังพลเฝ้าสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้งกว่า 92,000 หน่วยทั่วประเทศ หน่วยละ2นาย เพื่อรักษาความเรียบร้อย และขอให้ทางตำรวจดูแลเรื่องการจราจร การจราจร ติดขัด โดยเฉพาะหลายหน่วยเลือกตั้งของ กทม. หาที่จอดรถไม่ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากที่สุด ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขอให้ กกต. สนับสนุนงบประมาณ รวม 37.28 ล้านบาท เตรียมเสนอต่อ คณะกรรมการ กกต. พิจารณาอนุมัติต่อไป ส่วนการดำเนินคดีเลือกตั้ง โดยเฉพาะการซื้อเสียง หากตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ ตำรวจต้องแจ้ง กกต.ทราบ ภายใน3 วัน เพื่อให้ กกต. พิจารณาว่าจะสอบสวนเองหรือไม่

เลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ได้รับข้อมูลการซื้อเสียงเลือกตั้งแล้ว 42 เรื่อง ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องการเก็บบัตรประชาชน แต่ยังไม่พบการกระทำผิดซึ่งหน้า โดยยังอยู่ระหว่างแสวงหาหลักฐาน และขอความร่วมมือประชนชนขอหลักฐานการกระทำผิด โดยย้ำว่า จะมีเงินรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแส และปกปิดพยาน ขณะเดียวกัน ได้ร่วมหากับตำรวจถึงแนวทางการไต่สวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หากเป็นคดีอาญา เป็นอำนาจของตำรวจดำเนินการได้ทันที แต่หากเป็นคดีอาญาที่กำหนดไว้ในกฎหมายเลือกตั้ง เช่น การแจกเงินซื้อเสียง ให้แจ้ง กกต. พิจารณาภายใน 72 ชั่วโมง