ศาลยกฟ้อง”ธนาธร”ปมไลฟ์สดวัคซีนพระราชทาน ชี้ เป็นการพูดวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลเท่านั้น

71

เมื่อเวลา 09.09 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงาน เดินทางมาด้วยรถตู้อานพาดสีขาว มายังห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญารัชดา เพื่อฟังคำพิพากษา คดีดูหมิ่นสถาบันหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ

ในกรณีไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก วิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์และการจัดหาวัคซีน โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

โดยก่อนขึ้นศาล ผู้สื่อข่าวได้ทักทายและสอบถาม นายธนาธรว่า ยังมีกำลังใจดีหรือไม่ .นายธนาธร ได้แสดงสัญลักษณ์ด้วยการกำมือขวายกขึ้นมา และตอบว่า กำลังใจดีครับ ก่อนที่จะเข้าไปภายในศาล

ศาลใช้เวลาพิพากษา 30 นาที โดยพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการไลฟ์สดดังกล่าว เป็นการพาดพิง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารจัดการวัคซีนรักษาโควิด มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อดูหมิ่นสถาบัน ส่วนเรื่องการพาดพิงถึงบริษัทสยามไบโอไซเอน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงตามที่นายธนาธรพูด และไม่ได้หมิ่นประมาท

ส่วนกรณีที่พาดพิงถึงนายกเรื่องของการบริหารจัดการวัคซีน หากบริหารผิดพลาดความเสี่ยงตกอยู่ที่ประชาชน ดังนั้นการกระทำของจำเลย จึงไม่เข้าข่ายความผิดการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 และพรบว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งศาลมีคำวินิจฉัยว่า สิ่งที่ได้ทำการไลฟ์สดถึงวัคซีนพระราชทาน เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้น ไม่ได้เป็นการดูหมิ่นสถาบัน ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ก็เป็นใจความหลักของการพิพากษาของศาลในวันนี้

ส่วนกรณีบริษัทสยามไบโอไซเอน ก็ไม่มีอะไรเหมือนสิ่งที่กล่าวไป วันนี้ก็โล่งใจตามคำพิพากษาที่ศาลได้พิจารณาไป แต่ยังอยากฝากถึงกรณีของนักโทษการเมืองจำนวนมากที่ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัว บางคนติดคุก สะท้อนว่า พวกเขาไม่ได้เป็นอาชญากร ไม่ได้ฆ่าใคร เป็นแค่ความคิดเห็นต่างเท่านั้น ดังนั้นทุกคน มีสิทธิในการต่อสู้ เพื่อให้เป็นธรรรมกับคนเหล่านี้

โดยวันนี้การพิจารณาของศาล สอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกาได้ออกมาชี้แจงว่า หลังจากนี้แนวทางการพิจารณาคดี ที่เกี่ยวข้องกับคดีการเมือง ,คดีการฟ้องปิดปาก ตามนโยบาย คือ ให้ยกฟ้องทั้งหมด โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาในชั้นพิพากษา พร้อมเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ อัยการ พิพากษา เรื่องสิทธิการประกันตัว ไม่ต้องการให้ขึ้นมาสู่กระบวนการชั้นศาล เพราะเสียทรัพยากร และเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ และเสรีภาพอย่างแท้จริง แต่หลังจากนี้ ยังเดินหน้าเพื่อวิพากวิจารณ์ต่อ เพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะ และเป็นไปตามแนวทางที่ศาลให้สิทธิได้

ส่วนกรณีที่อัยการจะมีอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวหรือไม่ ระบุว่า ไม่กังวล เพราะเป็นหน้าที่อัยการ สามารถดำเนินการได้เลย ยืนยัน วันนี้ไม่ได้เสียขวัญ เบิกบานและมีกำลังใจดี ขอบคุณทนายและประชาชน เข้ามาให้กำลังใจ