Meta พบ 5 บัญชีอวตารไลฟ์สดอนาจาร ตร. เตือนโพสต์-คนแชร์มีความผิด

138

“ไชยชนก“ นำแถลงหลังถกร่วม Meta ปมไลฟ์สดอนาจาร พบมี 5 บัญชีอวตารสตรีมไลฟ์ แถมมีการแนบลิงก์เพื่อดูดข้อมูลบางส่วนด้วย ขณะที่ Meta ยืนยัน ผิดหลักเกณฑ์ตามมาฐานอยู่แล้ว จากนี้ DE จ่อดำเนินคดีกับผู้โพสต์-แพลตฟอร์มต่อไป ส่วนคนแชร์มีความผิดด้วย

วันนี้ ( 25 พ.ค.69 )ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย คุณคลาร่า โก๊ะ ผอ.ฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำสิงคโปร์และภูมิภาคอาเซียน ของ Meta) พร้อมด้วย ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์. ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์/ พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) และพล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อประชุมหารือกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกรณีไลฟ์สดอนาจาร

นายไชยชนก กล่าวว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมากระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้เรียกประชุม และมีการทำงานตั้งแต่วันเสาร์มาถึงวันนี้ โดยวันนี้เป็นการเรียกประชุมอีกครั้ง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าของแพลตฟอร์ม ซึ่งได้รับเกียรติจาก ตัวแทน Meta มาชี้แจงในหลากหลายประเด็น นานกว่า 2 ชม. ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องดำเนินคดีกับ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และแพลตฟอร์ม และหลังจากนี้จะมีการปรับกฎกระทรวง ม.15 เพราะเดิมจะให้เวลาแพลตฟอร์ม 24ชั่วโมง เพื่อดำเนินการระงับแอคเค้าท์ที่กระทำผิดกฎหมาย แล้วแพลตฟอร์มไม่ต้องมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะถือว่าให้ความร่วมมือ แต่หลังจากนี้จะต้องมีการปรับกฎกระทรวงให้เหมาะสมกับแต่ละเนื้อหาที่เกิดขึ้นหากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย ภายใต้กฎหมายถือครองบัญชีม้า เพราะเดิมหลักเกณฑ์ของกฎหมายบัญชีม้า ถ้ามีการกระทำความผิดของยูสเซอร์ในแพลตฟอร์มที่นำไปสู่การสูญเสียเงิน แพลตฟอร์มก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เมื่อขยายขอบเขตของกฎหมายให้ครอบคลุมขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการไม่ใส่ใจดูแลที่จะป้องกันสิ่งที่เกี่ยวข้อง แพลตฟอร์มก็จะรับผิดชอบในทุกกรณี

นายไชยชนก ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังรอข้อมูลและรายละเอียดจากทางmeta เพราะ Meta ให้การยืนยันว่า เรื่องนี้ Meta เข้มงวด จริงจังและใส่ใจ โดยmetaจะมีการเรียกประชุมในระดับ Global ซึ่งหลังจากนี้ตนเองจะเข้าไปพูดคุยกับ Meta อีกครั้ง

ส่วนสิ่งที่ Meta ได้มีการดำเนินการไปแล้ว คือการเอาแอคเค้าท์ ทั้ง5บัญชีออกจากระบบแล้ว และยังได้นำตัวคอนเทนต์ต่างๆเข้าไปอยู่ในระบบของการตรวจสอบของเอไอ เพื่อไล่กวาดล้างคอนเทนต์ลักษณะนี้ในแพลตฟอร์มอื่นๆ และเพื่อให้คอนเทนต์ถูกระงับจนไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหากพบว่ามีการนำคอนเทนต์เหล่านี้ไปตัดต่อ ก็จะสามารถดำเนินการเพื่อป้องกันการเผยแพร่ ได้ทันที

ส่วนกรณีที่ Meta ไม่ได้ทำการปิดแอคเค้าท์ทันที แต่ปล่อยให้มีการไลฟ์ยาวนานได้7-8ชั่วโมงนั้น นายไชยชนก อธิบายว่า Meta มีการชี้แจงว่าแอคเคาต์ดังกล่าวได้ใช้ เอไอ สวิซ หรือการสลับภาพ เพื่อให้หลุดพ้นจากการตรวจสอบของระบบ เช่น การแปะภาพของบุคคลกำลังนั่งคุยกัน รวมถึงการใส่หน้ากาก ทำให้ระบบของ Meta ไม่สามารถตรวจจับได้

ส่วน 5 บัญชีจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และเป็นคนไทยหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลของทางเฟซบุ๊กชี้แจงกลับมา

ด้านนายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า หลังได้มีการตรวจสอบพบว่ามีการเผยแพร่วีดีโอไลฟ์ ตรวจพบเพิ่มเติมเป็น 5บัญชี ทางกระทรวงจึงได้รวบรวมข้อมูลและส่งให้ตำรวจ ไซเบอร์ และตำรวจปอท.เพื่อใช้ในการดำเนินคดี ซึ่งการกระทำความผิดตรงนี้ ผู้ที่เผยแพร่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.17 ส่วนแพลตฟอร์ม อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งทางรัฐมนตรีได้ให้แพลตฟอร์มส่งข้อมูลมาชี้แจง

ขณะที่ พล.ต.ต.ชันนัทธ์ ยังกล่าวว่า หลังจากที่เป็นข่าว เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาทางศูนย์โซเชียลของส่วนกลางได้ตรวจพบมีการไลฟ์สด 3 แอคเคาท์ / ส่วนวันอาทิตย์อีก 2 แอคเคาท์ รวม 5 แอคเคาท์ ซึ่งเป็นบัญชีอวตาร มีการใช้รูปของบุคคลอื่นที่หน้าตาดีมาเป็นโปรไฟล์ ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบต้นทางได้ ว่ามาจากไทยหรือต่างประเทศ อีกทั้งการไลฟ์สดนี้ มีการแนบลิงก์เพื่อเก็บข้อมูลของผู้เข้าดูหรือศัพท์ทางไซเบอร์ เรียกว่า ฟิชชิ่ง หรือ การหลอกลวงทางไซเบอร์ที่มิจฉาชีพปลอมตัวเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ม.14

นอกจากนี้ อยากพบข้อมูลด้วยว่า มีการฟิชชิ่งข้อมูล เชื่อมโยงไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ต่างประเทศจอร์เจียด้วย ซึ่งเราเองก็ต้องไปตรวจสอบต่อว่า การเก็บข้อมูลดังกล่าว เก็บไปทำอะไร ทั้งนี้ เชื่อว่าทำเป็นกระบวนการ หากมีการแนบลิงก์ มีการทำฟิชชิ่ง มีการรีโพสต์ หรือมีการนำไปรีโพสต์ที่เกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์

ขณะที่ พล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวว่า ครั้งแรกที่เกิดขึ้นทางตำรวจไซเบอร์ก็ได้มีการประสานงานแอ็คชั่นทันที แต่ก็ยังมีการกระทำผิดในครั้งที่สอง ซึ่งทางเฟซบุ๊กบอกว่าเขาก็มีมาตรฐานในการตรวจสอบแล้ว ทางเราก็ส่งข้อมูลให้กับทางเฟซบุ๊กไป เพื่อดูถึงพฤติกรรมของคนร้ายที่มีการหลบเลี่ยง เช่น การใส่หน้ากากที่ให้ AI ตรวจสอบไม่เจอ หรือมีการใช้คำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิดมาตรฐาน โดยยืนยันว่า หลังเกิดเหตุได้มีการประสานข้อมูล เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีทันที

ทั้งนี้ จากการไปตรวจสอบขณะที่มีการไลฟ์สด พบว่ามีหลักหมื่นคนในการเข้าไปดู มีการนำวิดีโอขณะไลฟ์สด ไปอยู่ในเว็บอนาจาร รวมถึงนำไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเราก็จะตรวจสอบคนที่เอาคลิปดังกล่าวไปหาประโยชน์ด้วย ดังนั้น จึงอยากขอเตือนบุคคลที่เอาไปเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกทั้งคนที่ส่งต่อก็มีความผิดเช่นกัน ซึ่งทางเฟซบุ๊กเองก็จะนำข้อมูลที่เราขอไป ส่งกลับมาเป็นหลักฐานเพื่อไปดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเช่นกัน