หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมลูกชาย รศ.ดร. มอบตัวยิงปืนใส่รถอดีตแฟนสาว ปมทวงเงิน 3 หมื่น-อ้างถูกโทรจิกจนโดนลดเงินเดือน

ลูกชาย รศ.ดร. มอบตัวยิงปืนใส่รถอดีตแฟนสาว ปมทวงเงิน 3 หมื่น-อ้างถูกโทรจิกจนโดนลดเงินเดือน

กรณีนางสาวสุกัญญา อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอดว่า ถูกอดีตแฟนหนุ่ม ลูกชายของ รศ.ดร.รายหนึ่ง ตามข่มขู่คุกคามอย่างหนัก ถึงขั้นพกอาวุธปืนบุกยิงถล่มใส่รถยนต์เก๋งส่วนตัวจนได้รับความเสียหาย กลางลานจอดรถมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านบางเขน หลังเลิกรากัน เพราะทราบภายหลังว่าฝ่ายชาย มีการคบซ้อน และจับได้ว่าคบหาหญิงอีกรายจนเกิดตั้งครรภ์จึงขอยุติความสัมพันธ์ แต่ฝ่ายชายอ้างว่าต้องการทวงเงินคืน จำนวน 30,000 บาทที่เคยให้ไว้ระหว่างคบหากัน จนผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 พ.ค.ที่สน.บางเขน
นางสาวสุกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินทางมาเข้าพบร.ต.ต.ไพโรจน์ นิรันพรพุทธา รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อให้ปากคำ โดยมีนายกัมปนาท (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ลูกชายของ รศ.ดร.รายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ เดินทางเข้ามา ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนด้วยเช่นกัน

ภายหลังทั้งสองฝ่าย ได้มีการเข้าพูดคุยเจรจาต่อหน้าร้อยเวร กว่า 3 ชั่วโมง นางสาวสุกัญญา ผู้เสียหาย ออกมาเปิดเผยว่า จากการพูดคุย กับผู้ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการให้ทางฝั่งผู้ก่อเหตุ ชดใช้ค่าเสียหายตามจริง พร้อมนำเอกสารหลักฐานการเคลมรถจากประกัน ซึ่งตนเอง ได้คิดคำนวณจากความเสียหายของรถยนต์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งครั้งแรกได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวน 16,000 บาท แต่ทางฝั่งผู้ก่อเหตุขอต่อรอง และมีท่าทีไม่ค่อยพอใจ ซึ่งทางร้อยเวรเจ้าของคดีจึงอยากให้จบเรื่อง ก่อนจะขอลดเหลือ 11,500 บาท แบ่งเป็นค่าซ่อมรถ 9,000 กว่าบาทและค่าเดินทางอีก 2,000 บาท

โดยผู้ก่อเหตุยอมรับว่าก่อเหตุจริง สำหรับคดีในวันนี้เป็นข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ฯ ซึ่งผู้ก่อเหตุยอมชดใช้ และตนได้ ทำบันทึกประจำวันเรียบร้อยทำให้คดีนี้จบแล้ว ในส่วนของคดีอาวุธปืน ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป แต่ยังมีอีกคดี ของสภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งตนเองได้แจ้งความไว้ในข้อหาข่มขู่ และอนาจาร จากการขู่ปล่อยภาพลับของตนเอง ซึ่งพนักงานสอบสวนสภ.คลองหลวง อยู่ระหว่างทำการออกหมายเรียก ให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปพบ พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผู้เสียหาย กล่าวทิ้งท้ายว่า ยอมรับว่าในช่วงคบหากันช่วงแรก ฝั่งผู้ก่อเหตุมักใช้คำหวานพูดคุย จนทำให้ตนเกิดหลง ซึ่งไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่ยืนยันจะไม่หวนกลับไปคบหาอีก เพราะรู้สึกกลัวและยังไม่อยากคบใครอีกด้วย

ด้านนายกัมปนาท ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนเพื่อมาเจรจา ไกล่เกลี่ย ซึ่งตนยอมรับว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง ทั้งการปล่อยลมรถยนต์ของผู้เสียหาย และใช้อาวุธปืนทำกระจกแตก แต่เป็นอาวุธปืนอัดลมลูกเหล็ก พร้อมโชว์ให้ผู้สื่อข่าวได้ดู รวมถึงไขควงที่ใช้ปล่อยลมรถ ของผู้เสียหาย

ผู้ก่อเหตุ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุเกิดจากความโมโห ที่ผู้เสียหายไม่ยอมชดใช้หนี้ ซึ่งยอมรับว่าบางส่วนให้ด้วยความเสน่หาก็จริง แต่บางส่วนเป็นการให้ยืม โดยมีสลิปยืนยัน โดยจำนวนเงิน ประมาณ 30,000 บาท และมีของแม่ ตนอีกประมาณ 10,000 บาท ส่วนที่ให้โดยเสน่หาจะเป็นค่าเทอม ของผู้เสียหายที่กำลังเรียนอยู่ และค่าศัลยกรรมจมูก สาเหตุที่ต้องก่อเหตุ เพราะฝ่ายหญิงได้ ตามโทรเช็คไปที่บริษัทเก่าที่ตนทำงาน เนื่องจากตนเลิกงานดึก จนถูกบริษัทให้เปลี่ยนงาน และ ตัดเงินเดือน จากเงินเดือน 70,000 บาท เหลือ 15,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าตนรักษาความลับของบริษัทไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจลาออกเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว ประกอบกับเรื่องหนี้สินที่ผู้เสียหายได้ยืมตนกับแม่ไปและไม่ยอมชดใช้

ทั้งนี้ยอมรับว่าตนคบหากับผู้เสียหาย มาประมาณ 3 ปีโดยรู้จักกันแอปฯหาคู่เฟซบุ๊ก ก่อนเกิดเหตุซึ่งตนต้องการใช้เงินนำไปรักษาอาการกระดูกสันหลัง จึงแนะให้ทางฝั่งผู้เสียหายนำรถยนต์ คันดังกล่าวไปเข้ารีไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินมาชดใช้หนี้ที่เหลือ โดยวัน เกิดเหตุตั้งใจจะไปปล่อยลมรถ แต่ด้วยความโมโหจึงใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงใส่กระจกในมหาลัย ซึ่งวันนี้ตนได้ชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งค่าซ่อมรถและค่าเดินทางต่างๆ เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะนัดหมายให้ตนนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมายืนยัน ว่าใช่อาวุธปืนปลอมตามที่ได้ให้การจริงหรือไม่ และขอขอบคุณ สื่อที่ช่วยให้ตนได้ออกมาชี้แจงฝั่งของตนบ้างเพราะอีกฝ่ายบางครั้งก็ให้ข้อมูลเกินจริง

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่า ทางฝั่งผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีความคับแค้นใจ ในระหว่างคบหากับฝ่ายหญิงผู้เสียหาย ผู้ก่อเหตุจับได้ว่าฝ่ายหญิงก็มีการพูดคุยกับชายอื่น เนื่องจากพบแชตข้อความ และเงินบางส่วนที่ให้ยืม ก็เป็นการไปจ่ายค่ารถยนต์คันที่เกิดเหตุ จึงทำให้เกิดความโมโหคิดไปทุบทำลายรถคันดังกล่าว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img