กระทรวงสาธารณสุข แสดงความเสียใจครอบครัว “น้องจูน” เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีรถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.น้ำปาด ประสบอุบัติเหตุระหว่างไปรับผู้ป่วย กำชับผู้บริหารในพื้นที่ดูแลจิตใจและเยียวยาครอบครัว รวมถึงดูแลการขอรับเงินช่วยเหลือตามสิทธิ์ พร้อมเร่งสอบสวนสาเหตุที่แท้จริง ถอดบทเรียนเพื่อยกระดับความปลอดภัยของรถพยาบาลฉุกเฉินและบุคลากร
วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกองสาธารณสุขฉุกเฉิน ถึงกรณีรถพยาบาลฉุกเฉิน โรงพยาบาลน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ประสบอุบัติเหตุเสียหลักลงข้างทางเนื่องจากฝนตกหนักและถนนลื่น ขณะออกปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อไปรับผู้ป่วย เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นเหตุให้ “น้องจูน” เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (AEMT) ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ในนามของกระทรวงสาธารณสุข ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของ “น้องจูน” ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมงานทุกคนที่สูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยได้กำชับให้ผู้บริหารในพื้นที่เข้าไปดูแลสภาพจิตใจและเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงดูแลเรื่องการขอรับเงินช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ อาทิ เงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข พ.ศ. 2561 เงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินทดแทนประกันสังคม รวมถึงให้หน่วยงานในพื้นที่และส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงและนำเสนอต่อผู้บริหารที่กระทรวงสาธารณสุขโดยเร็วที่สุด เพื่อถอดบทเรียนและวางมาตรการยกระดับความปลอดภัยของรถพยาบาลฉุกเฉินและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า สำหรับอุบัติเหตุรถพยาบาลดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างออกปฏิบัติการรับผู้บาดเจ็บรถกระบะเสียหลักลงข้างทางบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปางเกลือ ต.ตะไคร้ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ระหว่างขับมาถึงบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดิน ทล.117 (หน้าวนอุทยานสักใหญ่) มีฝนตกปรอยๆ ทำให้รถพยาบาลเสียหลักลงข้างทาง มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 2 ราย นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลน้ำปาด โดยรายน้องจูนบาดเจ็บสาหัส ต้องส่งต่อโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย อาการทั่วไปดี ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล
ทั้งนี้ ไม่มีประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ขณะที่รถพยาบาลฉุกเฉินคันเกิดเหตุ ได้ทำประกันภัยชั้น 1 ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินความเสียหาย

