วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ไทยรัฐ กรุ๊ป และ LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง” เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันภัยมิจฉาชีพออนไลน์ หลังปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง
โดยระบุว่า ในปี 2568 มีมูลค่าความเสียหายจากภัยออนไลน์กว่า 25,000 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2569 มีความเสียหายแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท อีกทั้งรูปแบบกลโกงยังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มีวิธีการใหม่และซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นโจทย์สำคัญระดับประเทศที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งร่วมมือกันแก้ไข
สำหรับแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์ : รู้ทัน ป้องกันโกง” มีเป้าหมายสร้างการตระหนักรู้ เสริมความเข้าใจ และเติมสติให้ประชาชนรู้ทันภัยมิจฉาชีพ เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถป้องกันตัวเองได้จริง ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมบนแพลตฟอร์มของทั้ง 4 องค์กร รวมถึง Knowledge Hub ศูนย์รวมข้อมูลและความรู้ล่าสุดเกี่ยวกับภัยออนไลน์
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัญหามิจฉาชีพในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่เป็นภัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคการเงิน ภาครัฐ ภาคสื่อ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับจากการป้องกันในระดับองค์กร สู่ความร่วมมือระดับประเทศ
พร้อมระบุว่า ธนาคารได้พัฒนาระบบความปลอดภัยของ Mobile Banking อย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำหนดวงเงินตามระดับความเสี่ยง การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า การตรวจจับบัญชีต้องสงสัย รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนและสายด่วนรับแจ้งเหตุทุจริตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสียหายให้ลูกค้าได้อย่างทันท่วงที
ด้าน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก. และหัวหน้าส่วนอำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ศปอส.ตร. กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ มุ่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสแกมเมอร์ทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยข้อมูลจากการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิด ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถวิเคราะห์รูปแบบกลลวงต่าง ๆ จนเกิดเป็นฐานข้อมูลสำคัญจำนวนมาก ซึ่งหากประชาชนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยป้องกันตัวเองจากภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ น.ส.จิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า ไทยรัฐพร้อมใช้พลังของสื่อในการตีแผ่กลโกงมิจฉาชีพรูปแบบต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าใจง่าย ผ่านทุกแพลตฟอร์มของไทยรัฐกรุ๊ป พร้อมขยายผลข้อมูลเตือนภัยและช่องทางขอความช่วยเหลือไปยังประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงเครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 110 โรงเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลจากห้องเรียนสู่ชุมชน
ส่วน น.ส.ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE พร้อมสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยและความรู้ที่ถูกต้องผ่านช่องทางต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งการแจ้งเตือนกลโกงรูปแบบใหม่ วิธีสังเกตความผิดปกติ รวมถึงแนวทางการแจ้งรายงานบัญชีหรือข้อความต้องสงสัย
พร้อมฝากเตือนผู้ใช้งานว่า หากพบข้อความ ลิงก์ หรือบัญชีที่ผิดปกติ “อย่ารีบกด อย่ารีบเชื่อ และอย่ารีบตอบโต้” ควรหยุดตรวจสอบก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ทั้งนี้ ภายหลังเปิดตัวแคมเปญ ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมประชุมติดตามผลทุกเดือน เพื่อประเมินสถานการณ์กลโกงล่าสุด ปรับแนวทางสื่อสาร และยกระดับมาตรการป้องกันให้ทันต่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดให้ดาวน์โหลด LINE Sticker “สติไฟต์เตอร์” ในวันที่ 30 มิถุนายน เพื่อส่งต่อความห่วงใยและช่วยเตือนภัยให้คนไทยรู้ทันมิจฉาชีพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

