โรคปากและเท้าเปื่อยชนิด FMD SAT1 มีการพบการติดเชื้อในประเทศจีนตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา เกิดจากเชื้อไวรัสที่จัดอยู่ในวงศ์ Picornaviridae โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักในการติดเชื้อ คือ สัตว์กีบคู่ เช่น โค กระมือ สุกร และสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการปศุสัตว์ทั่วโลกมาแล้ว ที่สำคัญโรคชนิดนี้มีอัตราการกลายพันธุ์สูง ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรรมและแอนติเจน ทำให้ต้องมีการพัฒนาวัคซีนเพื่อรับมืออยู่ตลอด

ด้วยเหตุนี้สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ จึงได้จัดสัมมนาให้ความรู้เตรียมความพร้อมกับผู้บริหารกรมปศุสัตว์ทั้งประเทศ โดยจัดสัมมนาไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เร่งให้ความรู้ผู้เลี้ยงสุกร โดยเฉพาะเรื่องของการแจ้งแนวทางการส่งตัวอย่าง หากพบการติดเชื้อ แนวทางปฏิบัติถ้าเกิดพบเชื้อในฟาร์ม โดยจัดสัมมนาให้ความรู้แก่เกษตรกรครั้งแรกที่ปศุสัตว์เขต 7 เนื่องจากปศุสัตว์เขต 7 ประกอบด้วย 8 จังหวัดด้วยกันได้แก่ กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี อันถือเป็นพื้นที่เลี้ยงสุกรมากที่สุดของประเทศคิดเป็นประมาณ 30% ของทั้งประเทศ
นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์เขต 7 นายสัตวแพทย์บุรินทร์ สรสิทธิ์สุขสกุลปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี นายสัตวแพทย์วรากร จิตรหลัง ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม สพ.ญ ดร. กิ่งกาญจน์ บุญสุยา สีโย สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ และคุณนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี ได้ร่วมเปิดการสัมมนาโดยกล่าวถึงความรุนแรงของการระบาดของโรค

โดยล่าสุด สพ.ญ ดร. กิ่งกาญจน์ บุญสุยา สีโย ศูนย์อ้างอิงโรคปากและเท้าเปื่อย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์โรคในปัจจุบันของ FMD Serotype ต่างๆ และ SAT1 ว่าโรคปากและเท้าเปื่อยเป็นไวรัสที่มีความซับซ้อนสูง และมีความสำคัญทางสัตวแพทย์อย่างมาก โดยมีลักษณะเด่นทั้งด้านจีโนม และโครงสร้างของไวรัส (จีโนมเป็นข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของดีเอ็นเอ (DNA) หรืออาร์เอ็นเอ (RNA) สำหรับไวรัสบางชนิด โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือน “พิมพ์เขียว” หรือคู่มือคำสั่งที่จำเป็นต่อการสร้าง การเติบโต และการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตนั้น)สำหรับไวรัสปากเท้าเปื่อย Serotype O and A : ส่วนใหญ่จะมีการระบาดในพื้นที่ทวีปเอเชีย สำหรับ serotype Asia 1 ก่อให้เกิดการระบาดประปรายในเอเชีย โดยตั้งแต่ปี 2541 ไม่ปรากฏในประเทศไทย แต่ไปปรากฏที่เมียนมาร์ในปี 2560 serotypeC ไม่พบตั้งแต่ปี 2547 และซีโรไทป์ SAT1, SAT2 และ SAT3 แพร่ระบาดส่วนใหญ่ในแอฟริกา
โครงสร้างของไวรัส (Viral Protein (VP) คือ โปรตีนของไวรัส) ประกอบด้วยโปรตีนโครงสร้างสำคัญ 4 ชนิดได้แก่ VP1, VP2, VP3, VP4 ด้วยความสำคัญของโปรตีนแต่ละชนิด ประกอบไปด้วย VP1 VP2 และ VP3 อยู่บริเวณผิวของไวรัส อันเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีบทบาทในการจับกับเซลล์เป้าหมาย และใช้ในการจำแนกสายพันธุ์และวิเคราะห์ทางพันธุกรรม
โดยการตรวจยืนยันที่สำคัญ ได้แก่ Real-time RT-PCR ตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสอย่างรวดเร็วและมีความไวสูง, Virus isolation แยกเชื้อไวรัสเพื่อยืนยันการติดเชื้อ, Antigen ELISA ตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ FMDV และ Sequencing for serotype identification วิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมเพื่อระบุ serotype และศึกษาความสัมพันธ์ทางระบาดวิทยา

ด้าน นายสัตวแพทย์บุรินทร์ สรสิทธิ์สุขสกุล ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี อธิบายเรื่องของการแจ้งโรคและการส่งตัวอย่าง โดยได้เชื่อมโยงถึงโรคปากและเท้าเปื่อยทั่วไปว่า มีอัตราการป่วยที่สูง แต่อัตราการสูญเสียยังไม่สูงมากอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรักษาได้ โดยสายพันธุ์อื่น ๆ มีอยู่ในบ้านเรามานาน การเก็บเชื้อส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีจากสุกรมากนัก ส่วนใหญ่จะมาจากโคเนื้อโคนมจาก อ.ดำเนินสะดวก ส่วนสุกรจะมีจาก อ.ปากท่อ และ อ.จอมบึง ปัญหาการระบาดจะมาจากการเคลื่อนย้าย ในขณะที่สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสในระดับฟาร์มยังแยก serotype เองไม่ได้
สำหรับปัญหาของการใช้วัคซีนในบ้านเรา ยังมีประสิทธิภาพต่ำ เพราะมีหลากหลาย serotype โดยวัคซีนไม่มีการ cross protection ทำให้การทำวัคซีนไม่ตรง serotype และสร้างภูมิไม่ตรงกับเชื้อที่ระบาด ส่วนการเก็บเชื้อตัวอย่างจะเป็นการเก็บจากสารคัดหลั่ง ที่เป็นตุ่มที่เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อ เนื้อเยื่อ โดยต้องเก็บแช่ในน้ำแข็ง ภาชนะที่รักษาอุณหภูมิ ในพื้นที่ภาคตะวันตก สามารถส่งตัวอย่างเชื้อไวรัส ได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี เลขที่ 126 หมู่ 10 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120 โทร : 032-919-575-6 และ 032-919-575 ต่อ 114 อีเมล : vrd_wp@dld.go.th
โดยตัวอย่างเชื้อเหล่านี้ถ้ามีการส่งไปถึงสำนักงานเทคโนโลยีชีวภาพ (สทช.) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ สังกัดกรมปศุสัตว์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีภารกิจหลักในการวิจัย พัฒนา และผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์ เช่น วัคซีนและแอนติเจน เพื่อป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ทั่วประเทศ ก็จะสามารถผลิตวัคซีนให้ได้ในเวลาอันสั้น โดยการนำส่งเชื้อต่าง ๆ ยังไม่ถึงขั้นในการที่จะเปิดโรค ให้รีบดำเนินการส่งตัวอย่างจะป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้ สำหรับในส่วนของการค่าชดเชยความเสียหาย มีกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ โดยถ้ามีการระบาดหนักสามารถของบกลางจากรัฐบาลได้
นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี เผยถึงอุตสาหกรรมสุกรไทยที่ต้องผ่านวิกฤตมามากมาย ขณะที่โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ก็ยังเป็นโรคที่มีความเสี่ยงอยู่ โดยปัจจุบันฟาร์มสุกรต่างๆ มีการทำระบบ Biosecurity เป็นอย่างดี สามารถป้องกันโรคสุกรได้แทบทุกโรค และโดยธรรมชาติการระบาดของโรคสายพันธุ์ใหม่ต่างๆ จะมีความรุนแรงในช่วงแรก และจะลดระดับความรุนแรงลงมาเป็นลำดับ อย่างเช่นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรปัจจุบัน ถือว่าความรุนแรงต่ำลงจากการทำระบบที่ดีขึ้นของฟาร์มสุกรทั้งนี้ในอดีตเมื่อมีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยจะต้องทำการล้างทั้งฟาร์ม แต่ปัจจุบันสามารถแก้เฉพาะตัวที่ติดเชื้อได้ โดยโรคปากและเท้าเปื่อยเป็นโรคที่อยู่ในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ serotype O และ A ปัจจุบันไม่มีความรุนแรงแล้ว

สำหรับสภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศจีน FMD SAT1 อาจจะถึงขั้นต้องปิดฟาร์ม โดยปัจจุบันทราบว่าประเทศจีนสามารถทำวัคซีนนี้ได้แล้ว ซึ่งเราจะต้องรู้ว่าวัคซีนที่สามารถใช้ได้ของจีนประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ที่ใช้ได้ ซึ่งจะต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศเราก่อน โดยวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย serotype อื่น ๆ ของจีนที่ใช้อยู่ ก็มีการรับรองอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย และสมาคมธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์ ได้ร่วมส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยการจัดหาวัคซีนในเบื้องต้นที่มีอยู่แล้วในต่างประเทศ ได้มีการพูดคุยหารือในเบื้องต้นว่า จะมีการจัดหาจากงบประมาณของภาคเอกชน และนำมาจัดจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรในราคาต้นทุน
สำหรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ตามรายงานของนายสัตวแพทย์ระพี ปัญญาทอง ปรึกษาสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย ได้ให้ข้อมูลด้านความเสียหายของการระบาดที่ประเทศจีนว่า ผลกระทบในพื้นที่ติดเชื้อดังนี้ แม่พันธุ์ตาย 10% ,ลูกเล้าคลอดตาย 100% ,กลุ่มอนุบาลถึงขุนตาย 30-50% และเมื่อประเมินประชากรสุกรที่ระบาดใน 2 พื้นเสียหายไปแล้วประมาณ 30%
ทั้งนี้ การสัมมนาให้ความรู้ในประเด็นโรคปากและเท้าเปื่อย FMD SAT1 จะมีขึ้นครั้งต่อไปในระบบออนไลน์ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ
#ทีมข่าวเกษตรไทยแทบลอยด์ รายงาน

