หน้าแรกเศรษฐกิจ-การเงินรมว.สุรศักดิ์​ เปิดแนวทาง “ท่องเที่ยวไทยท่ามกลางวิกฤตโลก” ชู 5 นโยบายหลักและมาตรการเชิงลึก มุ่งยกระดับสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน

รมว.สุรศักดิ์​ เปิดแนวทาง “ท่องเที่ยวไทยท่ามกลางวิกฤตโลก” ชู 5 นโยบายหลักและมาตรการเชิงลึก มุ่งยกระดับสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แถลงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ท่องเที่ยวไทยท่ามกลางวิกฤตโลก: สถานการณ์ ทิศทาง นโยบาย และมาตรการรับมือ” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น C โรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยท์ สุขุมวิท เทอมินอล 21 โดยมีนายกสมาคมโรงแรมไทย นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว พร้อมด้วยผู้ประกอบการและแขกผู้มีเกียรติในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมรับฟัง

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อสายการบิน ต้นทุนการเดินทาง และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ แม้ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในภาพรวมจะชะลอตัวลงเล็กน้อยร้อยละ 3.39 แต่ตลาดศักยภาพหลักอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐอินเดียยังคงมีการเติบโตที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตลาดโลกให้ความเชื่อมั่นและมีศักยภาพในการฟื้นตัวสูง

เพื่อเป็นการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อบูรณาการมาตรการเยียวยาผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวนโยบายสำคัญ 5 ประการ ตามที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา อันประกอบด้วย การปรับโครงสร้างการบริหารด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การผลักดันประเทศไทยให้เป็น “จุดหมายปลายทาง 365 วัน” ด้วยการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปีในทุกภูมิภาค การสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย และการยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเฝ้าระวัง ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและการท่องเที่ยวในลักษณะนอมินีอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงลึกควบคู่กันไป ทั้งการปรับปรุงมาตรการวีซ่าและวีซ่าหน้าด่าน (Visa on Arrival) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง รวมถึงการผลักดันการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ในการดูแลความปลอดภัย การจัดทำประกันภัย และการพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้แสดงความเข้าใจต่อภาระต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการในภาคบริการ พร้อมทั้งใช้เวทีนี้เชิญชวนภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างยั่งยืนโดยการลดใช้พลังงานและสนับสนุนสินค้าไทยเพื่อลดการรั่วไหลทางการท่องเที่ยว การร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อตอบสนองแนวโน้มความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ และการยกระดับมาตรฐานสากล ทั้งในด้านความปลอดภัย ระบบการชำระเงิน และการสื่อสาร เพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจากการแข่งขันด้วยจำนวน ไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพและความยั่งยืนในระยะยาว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img