หน้าแรกการเมือง"อภิสิทธิ์" นำ ปชป. สัมมนาหาดใหญ่ ลุยแก้มลิงคลองเรียน วอน รัฐเร่งคลอดงบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ขออย่าเอาความเดือดร้อนประชาชนมาเล่นการเมือง

“อภิสิทธิ์” นำ ปชป. สัมมนาหาดใหญ่ ลุยแก้มลิงคลองเรียน วอน รัฐเร่งคลอดงบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ขออย่าเอาความเดือดร้อนประชาชนมาเล่นการเมือง

“อภิสิทธิ์” นำ สส. ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน หวังเอ็กซเรย์ระบบระบายน้ำหาดใหญ่ วอนรัฐบาลมองข้ามช็อตความขัดแย้งทางการเมือง เร่งอนุมัติงบฉุกเฉินป้องกันความเดือดร้อน ชี้ อย่านำงบ 70 กับงบกลางมาความสับสน ด้านนายกคอหงส์ขอบคุณ สส. ในพื้นที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง พร้อมทวงงบเครื่องสูบน้ำ 10 ตัว บายพาสน้ำสกัดน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดโครงการสัมมนา สส. ของพรรคขึ้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยในวันแรก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำคณะ สส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “แก้มลิงคลองเรียน” อ.หาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรับและชะลอน้ำป่ารวมถึงน้ำฝนจากพื้นที่ตอนบน เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำหลากเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจศูนย์กลางของนครหาดใหญ่อย่างรวดเร็ว

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ว่า อยากให้ทุกฝ่ายมองภาพปัญหาของหาดใหญ่อย่างเป็นระบบบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่อยากถูกวาดภาพให้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง เพราะแท้จริงแล้วทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง หากย้อนมองอดีตหลังจากเกิดวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ สิ่งแรกที่ทุกฝ่ายเรียกร้องคือมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหาย โดยเฉพาะในมิติทางเศรษฐกิจ แต่ในเวลานั้นมาตรการต่าง ๆ ต้องสะดุดลงเนื่องจากมีการยุบสภา ทำให้การช่วยเหลือภาคธุรกิจทำได้เพียงระดับหนึ่งและล่วงเลยเวลาที่เหมาะสมไป

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า ภายหลังการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านได้สะท้อนความวิตกกังวลของพี่น้องชาวหาดใหญ่มาโดยตลอด ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการรับมือหากมีปริมาณฝนตกชุกเทียบเท่าปีที่ผ่านมา ซึ่ง สส. ในพื้นที่ ทั้ง นายจูรี นุ่มแก้ว และ นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา ได้นำเรื่องเข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยหยิบยกกรณีคลอง ร.1 ที่เคยมีการวิจารณ์ว่า “แม่วัวรอดได้” ขึ้นมาสะท้อนปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานานก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเมื่อวานนี้

ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนมิถุนายน รัฐบาลเคยมีแนวคิดจะจัด ครม.สัญจรในพื้นที่ แต่ก็ยกเลิกไปโดยอ้างว่าโครงการยังกลั่นกรองไม่เสร็จ จนเวลาล่วงเลยมาถึงเดือนกรกฎาคม ในช่วงการอภิปรายงบประมาณ ก็เกิดกรณีเรื่องจุดธูป และกลายเป็นว่าทางรัฐบาลก็มาตอบด้วยอารมณ์ แล้วก็ทำให้เป็นปมความขัดแย้งทางการเมือง แต่ท้ายที่สุดก็พิสูจน์แล้วว่า นายกรัฐมนตรีและคณะต้องลงมาดูพื้นที่จริงตามที่ฝ่ายค้านเรียกร้อง และมีการอนุมัติงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งยังต้องรอขั้นตอนการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“สำหรับงบฉุกเฉินที่รัฐบาลอนุมัติมา 99.5 ล้านบาทนั้น เหตุที่ตัวเลขอยู่ที่ระดับนี้เนื่องจากติดกรอบอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่อนุมัติได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งต้องขอบคุณภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยกลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุด แต่ที่ผมแปลกใจก็คือว่าพยายามลากเรื่องนี้มาเป็นเรื่องความขัดแย้ง บ้างกล่าวหาว่ามีการพูดเท็จ-ไม่เท็จ ข้อเท็จจริงก็คือว่ามันมีโครงการอีกเยอะ รวมทั้งโครงการเพิ่มศักยภาพของแก้มลิงเพื่อรับน้ำ รวมทั้งการปรับปรุงระบบทั้งประตูระบายน้ำ ทั้งเครื่องสูบน้ำ สิ่งเหล่านี้ยังไม่มีงบประมาณที่ต้องรอการอนุมัติอยู่ดี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายก ก็เอา 2 เรื่องมาปนกัน ก็คือขณะที่เราพูดถึงกรณีโครงการนี้ ก็เป็นการของบกลาง แต่ท่านไปดูคำของบ ปี 70 ก็เป็นคนละส่วนกันอีก ผมก็คิดว่าไม่อยากจะตอบโต้กันไปกันมา แต่อยากจะบอกว่าฝ่ายค้าน ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ขอบคุณไปยังรัฐบาลที่ยอมอนุมัติงบในส่วนของคลอง ร.1 หลังจากที่ฝ่ายค้านขับเคลื่อนมานานกว่า 2-3 เดือน อย่างไรก็ตาม ยอดรวมของโครงการที่เหลือทั้งหมดน่าจะเกินอำนาจที่นายกรัฐมนตรีจะอนุมัติได้โดยลำพัง จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อย่างเป็นระบบ เพราะฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนพี่น้องชาวหาดใหญ่ สงขลา และพื้นที่ภาคใต้ ที่ยังคงหวาดผวากับความสูญเสียจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา

ขณะที่ นายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความต้องการในพื้นที่ว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองคอหงส์ ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องสูบน้ำจำนวน 10 เครื่อง รวมถึงโครงการขุดลอกและพร่องน้ำ เนื่องจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำชุมชน หากเกิดน้ำหลากน้ำจะท่วมเข้าสู่เขตเศรษฐกิจหาดใหญ่อย่างรวดเร็ว และวิธีการรับมือที่ดีที่สุดคือการใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด โดยอยากให้มีการอนุมัติโดยเร็วเพื่อทำการติดตั้งล่วงหน้า เนื่องจากสภาพลมฟ้าอากาศมีความไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมติดตั้งตามจุดเสี่ยงจะช่วยลดความสูญเสียของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพื้นที่ฝั่งทิศตะวันออก ทางเทศบาลได้รับความอนุเคราะห์เครื่องจักรกลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ในการลงพื้นที่ขุดลอกคลองเพื่อพร่องน้ำและเปิดทางระบายน้ำให้เบี่ยงทิศทาง (บายพาส) ไปลงสู่คลอง ร.1 โดยตรง เพื่อไม่ให้มวลน้ำไหลหลากเข้านครหาดใหญ่ ซึ่งหากกระบวนการนี้ทำได้รวดเร็ว โอกาสที่เมืองหาดใหญ่จะเกิดน้ำท่วมก็น้อยลง สำหรับโครงการขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่องนั้น ทราบว่าทางรัฐบาลได้ข้อสรุปกับทางจังหวัดเรียบร้อยและมีการส่งเรื่องตามขั้นตอนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติงบประมาณเร่งด่วนหรือระบบงบกลาง

“ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน และขอชื่นชม สส. ในพื้นที่ ทั้ง สส.ศักดิ์สิทธิ์ และ สส.จูรี ที่ทำหน้าที่ในสภาได้อย่างดีเยี่ยม คอยเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเข้มแข็ง” นายทวีศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

สำหรับกำหนดการในวันพรุ่งนี้ (12 กรกฎาคม) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นประธานเปิดการสัมมนา สส. ของพรรคอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเวทีระดมความคิดเห็น (Brainstorming) เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟู ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ร่วมกับตัวแทนในพื้นที่ ก่อนที่ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค จะรายงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานพรรคและงานนิติบัญญัติ และปิดท้ายด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะสรุปภาพรวมการสัมมนาเพื่อวางกรอบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร สำหรับสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img