DSI จับบัญชีม้าสาวแถว3 แก๊งปลอมใบขับขี่ออนไลน์ อ้างกรมการขนส่งฯหลอกเหยื่อโอนเงิน ขยายผลโยงขบวนการข้ามชาติ

115

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 14.20 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้จับกุม นางสาวราตรีรัศมิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1381/2569 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกัน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณร้านขายของชำคอนโดในซอยอ่อนนุช 46 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว และได้แจ้งให้นางสาวอุ่น (สงวนนามสกุล) มารดาของผู้ถูกจับ ทราบถึงการจับกุมผ่านแอปพลิเคชันไลน์ทางโทรศัพท์แล้ว จากนั้นได้ควบคุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งให้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบสำนวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 135/2567 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยนางสาวราตรีรัศมิ์ฯ มีพฤติการณ์เปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้รับโอนเงินให้กับบุคคลอื่นเพื่อฟอกเงิน โดยเข้าข่ายความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการให้ใช้เลขหมายโทรศัพท์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในการรับเงินจากเวบหลอกลวงรับทำใบขับขี่ฯ


ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป