ปปง.เชือด 55 คดี ยึด-อายัดทรัพย์ 3.2 พันล้านลุยกวาด “แก๊งสแกมเมอร์-เว็บพนัน-ลัทธิหลอกลดกรรม” โยงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เตือนอย่าหลงเชื่อคนอ้างวิ่งเต้นคดี
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 สำนักงาน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินทั้งยาเสพติด เว็บพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการฉ้อโกงประชาชน รวม 55 รายคดี ดำเนินการกับทรัพย์สินกว่า 2,100 รายการ มูลค่ารวมกว่า 3,282 ล้านบาท พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 50 คดีนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. และนายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ร่วมกันแถลงข่าว
โดยระบุว่าคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการยึด อายัด และส่งทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดินในคดีความผิดมูลฐานหลายประเภท ทั้งความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน พนันออนไลน์ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และฟอกเงินคดีสำคัญที่ถูกจับตา คือ คดี “MR. LEAK YIM” กับพวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงความผิดฟอกเงินและทรัพย์สินมหาศาลกว่า 12,123 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ล่าสุดเลขาธิการ ปปง. ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งยึดทรัพย์เพิ่มเติม เป็นเรือขนาดเล็กที่ใช้สนับสนุนเรือยอชต์หรู “PLEASURE YACHT” มูลค่าราว 30 ล้านบาทอีกคดีที่สร้างความสนใจ คือ กลุ่มผู้แสดงตนเป็น “ผู้วิเศษ” หลอกชักชวนประชาชนร่วมกิจกรรมธรรมะ อ้างว่าสามารถ “ลดกรรม” ได้ ก่อนเรียกเก็บเงินจากเหยื่อ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน 14 รายการ ทั้งที่ดิน บ้าน รถยนต์ และเงินฝาก รวมมูลค่ากว่า 36 ล้านบาท
นอกจากนี้ ปปง.ยังเปิดปฏิบัติการเชือดเครือข่าย “องค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ” ที่ใช้โซเชียลมีเดียหลอกลงทุน พร้อมโยงธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ เชื่อมโยงทั้งแก๊งยาเสพติด เว็บพนันออนไลน์ และขบวนการฟอกเงิน โดยมีคำสั่งอายัดทรัพย์ 38 รายการ มูลค่ากว่า 68 ล้านบาทส่วนคดีพนันออนไลน์ยังถูกกวาดล้างต่อเนื่อง หลายเครือข่ายถูกส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งเงินสด หุ้น ที่ดิน เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม และสินทรัพย์ดิจิทัล รวมหลายร้อยรายการ มูลค่าหลายสิบล้านบาท
ขณะเดียวกัน ปปง.ยังเร่งคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีฉ้อโกง โดยส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลขอคืนทรัพย์แก่ผู้เสียหายรวม 10 คดี มูลค่ากว่า 2,820 ล้านบาท หนึ่งในคดีสำคัญ คือ คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และคดีวัดไร่ขิง ที่มีมติให้นำทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหายและวัดที่ได้รับผลกระทบสำหรับคดีฉ้อโกงขนาดใหญ่ของนายสฤษฎ์ฯ กับพวก ซึ่งมีผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองแล้วรวม 817 ราย ปปง.มีมติเดินหน้าคืนทรัพย์สินเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 2,552 ล้านบาท
ช่วงท้ายการแถลงข่าว ปปง.ยังออกโรงสยบข่าวลือ กรณีมีบุคคลแอบอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นคดี หรือช่วยไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ได้ โดยยืนยันว่า “ไม่มีมูลความจริง” พร้อมย้ำว่ากระบวนการตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์เป็นอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรมที่มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา ไม่มีใครสามารถแทรกแซงได้ พร้อมขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสทันที หากพบการแอบอ้างดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

