กองปราบปรามรวบหนุ่มวัย 21 ปี ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลังลอบเดินทางกลับไทยผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนสระแก้ว พบพฤติการณ์อ้างตัวเป็นตำรวจโทรข่มขู่เหยื่อให้โอนเงินตรวจสอบบัญชี หลอกเงินผู้เสียหายรวมกว่า 9 แสนบาท เจ้าตัวยังปฏิเสธ อ้างเพียงให้คนจีนนำบัญชีไปใช้กดเงินเท่านั้น

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ต.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง สว.กก.6 บก.ป. จับกุม นายสมภพ อายุ 21 ปี ตามหมายจับศาลอาญาข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน และ สมคบฟอกเงิน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ อั้งยี่” และ หมายจับท้องที่อื่นๆในลักษณะเดียวกันนี้อีก 2 หมายจับ โดยจับกุมตัวนายสมภพ ได้ที่ ช่องทางธรรมชาติ บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

สืบเนื่องจาก นายสมภพ ผู้ต้องหารายนี้ ได้ร่วมกับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศ โทรหลอกลวงเงินผู้เสียหาย โดยการอ้างตัวเป็นตำรวจ ก่อนทำทีข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำเป็นต้องตรวจสอบบัญชีธนาคาร เพื่อหลอกให้โอนเงินมาให้ ก่อนจะเชิดเงินทั้งหมดหนีไป ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูก นายสมภพ และ พวก หลอกให้โอนเงินจำนวน 19 ครั้ง รวมเป็นเงินมูลค่ากว่า 927,982 บาท ทางเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 14 ราย สามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 12 ราย คงเหลือนายสมภพ และ พงกอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี

กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า นายสมภพ กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงจัดกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนสามารถตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว สอบสวน นานสมภพ เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธ อ้างว่า ตนเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้หลอกเงินจากเหยื่อจริง แต่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในกระบวนหลอกลวงดังกล่าวด้วย ส่วนสาเหตุที่บัญชีธนาคารของตนไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ เป็นเพราะก่อนหน้าได้มีคนจีนมาขอบัญชีไปใช้ในการกดเงิน โดยให้สแกนหน้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่ทราบว่าจะนำไปใข้กระทำความผิด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

