ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ตามจับหญิงวัย 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี คดีเปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารและบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หลังสืบทราบปรากฏตัวหน้าห้างย่านบางบอน เจ้าตัวยอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับ ก่อนถูกคุมตัวแจ้งสิทธิและส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.เจเจ (นามสมมุติ)อายุ 31 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 367/2569 ลงวันที่ 22 เม.ย.2569 ในข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าเพชรอพาร์ทเม้นท์ เลขที่ 17 ม.6 ซอยเอกชัย 67 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวมักปรากฏตัวในพื้นที่ดังกล่าวเป็นประจำ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและนำกำลังเข้าตรวจสอบจากบันทึกการจับกุม ระบุว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบหญิงต้องสงสัยยืนอยู่บริเวณจุดนัดหมาย จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมสอบถามและแสดงหมายจับให้ตรวจสอบ โดย น.ส.เจเจ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย
สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารและบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง แต่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการกระทำผิดของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิผู้ถูกจับอย่างครบถ้วน ทั้งสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การ สิทธิพบทนายความ และสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 โดยมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนตามระเบียบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมหรือไม่ หลังปัญหาบัญชีม้ายังคงเป็นช่องทางสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

