วันนี้ (13 พ.ค. 69) เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางต่อไปยังหาดฟรีดอม ต. ป่าตอง อ. กะทู้ จ. ภูเก็ต เพื่อติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ
เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางมาถึง มีประชาชนมารอต้อนรับพร้อมถือป้ายให้กำลังใจ ซึ่งนายอำเภอเมืองภูเก็ตรายงานถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่หาดฟรีดอมตั้งแต่ช่วงปี 2552 ยาวนานเกือบ 20 ปี เพื่อหาผลประโยชน์การท่องเที่ยว เพราะมีการประกอบกิจการร้านค้าและร้านอาหาร รวมถึงมีการปล่อยเช่าและขายกิจการให้กับชาวต่างชาติ และยังมีการเก็บค่าผ่านทาง 100-300 บาท เพื่อเข้าไปชมหาด โดย ผวจ. ภูเก็ตได้ออกมาตรการอย่างเข้มข้น จึงเป็นที่มาของการดำเนินคดี 23 คดี
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ถามกลับว่าทำไมถึงปล่อยให้มีปัญหานี้มายาวนานหลาย 10 ปี และได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง โดยนายอำเภอเมืองภูเก็ตตอบกลับว่าเราได้มีการตรวจยึดที่แล้ว และหลาย 10 ปีได้มีการแจ้งความและดำเนินคดี แต่หลังจากนั้นก็กลับมาทำซ้ำอีก
อย่างไรก็ตามภายหลังรับฟังรายงานปัญหาบุกรุกพื้นที่หาดฟรีดอม นายกรัฐมนตรีได้เดินพบปะประชาชนพร้อมรับฟังปัญหาประชาชนที่ประสบปัญหาการถูกรุกล้ำที่ดิน โดยมีประชาชนถือป้ายข้อความระบุว่า “นายกฯ ช่วยที” ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าวันนี้เรามารับฟังปัญหามาเต็มทีม และได้มอบหมายให้ ผวจ. ภูเก็ตดำเนินการ และ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำกับดูแลกรมป่าไม้
นอกจากนี้ยังมี รมช. มหาดไทยที่กำกับดูแลกรมที่ดินและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ รมช. คมนาคมมาลงพื้นที่ด้วย ซึ่งจากนี้ไปในเรื่องของการข่มขู่จะไม่มีแล้ว เพราะถูกจับแล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะหันไปสอบถามประชาชนว่าได้แจ้งความดำเนินคดีแล้วหรือยัง เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลเยอะ ๆ
กลุ่มประชาชนได้ตอบว่ายังกังวลผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งวันนี้เราอยากได้ความมั่นใจและความเมตตาจากทางนายกฯ พร้อมกับเปิดรูปผู้มีอิทธิพลจากโทรศัพท์มือถือให้นายกฯ ดูด้วย
ซึ่งทำให้นายกฯ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน พร้อมกล่าวว่า “ผมขอความเมตตาและขออภัยที่ผมมาช้า ต้องขออภัย ไม่มีอะไรที่ท่านจะต้องขอความเมตตาจากผมเลย พวกผมผิดด้วยซ้ำที่มาช่วยช้าไป ขอทบต้นทบดอกแล้วกัน”
กลุ่มประชาชนยังได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีล่วงหน้าว่า “เรื่องอิทธิพลจะจบสิ้นตั้งแต่วันนี้ วินาทีนี้เป็นต้นไป” ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวว่า “จบเมื่อวานและเชื่อว่าทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ได้ทราบปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น ผมอยู่ข้างท่าน ผมเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าข้าราชการสูงสุดในระบบราชการ ถ้าผมอยู่ข้างท่านก็เชื่อว่าข้าราชการที่ดีไม่กล้าที่จะอยู่ข้างฝั่งผู้มีอิทธิพล” ก่อนที่นายกฯ จะเรียกปลัดกระทรวงมหาดไทยและ ผวจ. ภูเก็ตเดินเข้ามาในวงพูดคุย ก่อนตบหลัง ผวจ. ภูเก็ต และกล่าวว่า “เป็นลูกน้องผม ถ้าประชาชนรู้สึกกังวลสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา”
นายกรัฐมนตรีย้ำว่าในส่วนที่เป็นที่ของหลวงก็คือที่ของหลวง ส่วนบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่กันมาแล้วและได้รับความเสียหายจากการบุกรุกที่ดิน รัฐบาลจะดูในเรื่องของการซ่อมแซม และตนจะกำชับกับฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทหาร ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เราจะคุ้มครองความปลอดภัย รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอให้เชื่อ ขอให้ประชาชนทำมาหากินและใช้ชีวิตตามปกติ เดี๋ยวพวกตนจะดำเนินการทุกอย่างเอง สิ่งที่เขาทำมาเขาต้องชดใช้ ทั้งเรื่องบุกรุกพื้นที่หลวง ขับไล่ชาวบ้านที่ทำมาหากินด้วยความสุจริต ใช้กำลังข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ประทุษร้าย ซึ่งมันกี่คดีแล้ว แค่นี้ก็หลาย 10 ปีแล้วที่ต้องเข้าคุก แต่ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปแจ้งความรวมไปถึงชาวต่างชาติที่มีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วย

