“อนุทิน” ลั่นล้างบางต่างชาติเอาเปรียบคนไทย ปั้น “เกาะพะงัน Sandbox” ต้นแบบจัดระเบียบทั่วประเทศ

89

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่กำชับการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ย้ำ ต้องแก้ให้เกลี้ยง ทำเป็น Sandbox ตัวอย่าง และทำทุกพื้นที่ เพื่อความผาสุกของสังคมไทย


วันนี้ (13 พ.ค. 69) เวลา 14.40 น. ที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่กำชับแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายบันดาล สถิรชวาล นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาสาสมัครสาธารณรัฐประจำหมู่บ้าน ตลอดจนผู้ประกอบการ เข้าร่วมรับฟัง

การลงพื้นที่ในวันนี้มี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมลงพื้นที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาถึงเกาะพะงัน เป็นครั้งแรกในชีวิต นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นความเจริญของเกาะพะงัน และได้พบกับพี่น้องประชาชนชาวเกาะพะงันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เช่นนี้ ซึ่งที่จริงแล้วตั้งใจจะมาดูในเรื่องของการกระทำต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย เอาเปรียบคนไทย เอาเปรียบพี่น้องชาวเกาะพนัน และจัดระเบียบให้ทุกอย่างมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อที่พวกเราทุกคนบนเกาะพะงัน จะได้สามารถทำมาหากินได้ด้วยความสะดวก และทำให้เกาะพะงันเป็นที่ที่น่าอยู่ น่าเที่ยว เป็นที่ที่คนนอกเกาะอยากมาเที่ยว มาใช้จ่าย มาสร้างรายได้ให้พวกเรา แต่เขาต้องมาด้วยความเป็นนักท่องเที่ยว มาด้วยความเป็นคนที่มาแล้วได้รับความสบายใจที่มาเกาะพะงัน ไม่ใช่มาแล้วมาเอาเปรียบคนเกาะพะงัน ไม่ใช่มาแล้วมาหาโอกาสที่จะช่วงชิงวิถีชีวิต การสร้างรายได้ของคนเกาะพะงัน นี่คือเสียงที่เราได้รับฟังจากผู้เดือดร้อนของคนเกาะพะงัน

วันนี้ทุกภาคส่วนของราชการพร้อมมารับฟังปัญหาและมาแก้ไข มารับทราบรับรู้ ดำเนินการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง เราเข้าใจดี นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย เขาเอาเงินเอาทองมาให้เรา แต่เราก็ต้องการได้เงินได้ทองที่ถูกต้องจากเขา เขามาเขาก็มาจับจ่ายใช้สอย มาซื้อความสะดวกสบาย ซื้อการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของเรา เราต้องรักษาสภาพแวดล้อมทั้งหลาย ชายหาดยังต้องมีความสวยงาม พี่น้องก็ต้องไม่ยอม และห้ามยอมให้ใครมายึดถือ มาครองที่ เพราะมันเป็นที่ของพี่น้องทุกคน ไม่มีสิทธิ์ปิดชายหาด เราต้องทำให้เกิดความเป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ตรงไหนที่เราจัดโซนแล้วว่าสามารถที่จะเป็นห้องได้ เป็นจุดจัดร้าน เป็นอะไรได้ เราจะจัดโซนนิ่งให้ เราต้องเอาใจเขาใส่ใจเรา ผ่อนสั้นผ่อนยาว ตรงไหนทำให้ได้ ไม่เดือดร้อน ไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหาย เราทำ เราทำเต็มที่

ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหลักในการผ่อนปรนอยู่ ซึ่งเราสามารถร่วมมือกับท้องถิ่น ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ที่จะจัดสรรพื้นที่ให้กับพี่น้องได้ทำกิน และการจัดสรรเหล่านี้ต้องตกไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยโดยตรง ไม่ใช่ไปจัดสรรให้คนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บริษัทใดบริษัทหนึ่งมาถือครอง แล้วก็มาซอยย่อยแบ่งให้กับพี่น้องประชาชนแบบนี้ผิดวัตถุประสงค์ เราจะไม่ให้มันเกิดขึ้น”


นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอเกาะสมุยและเกาะพะงันมันก็คือความเดือดร้อนของรัฐบาลด้วย ถ้าประชาชนมาบ่น มาวิพากษ์วิจารณ์ ติเตียน นายกรัฐมนตรีต้องเดือดร้อน และรัฐมนตรีทั้งหมดก็ต้องเดือดร้อนเหมือนตน เพราะเราเป็นคนที่ต้องให้บริการ ให้ความสะดวกคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ดังนั้น หลาย ๆ อย่างที่ตนต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรีพี่น้องไม่ต้องห่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องนำสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการมาถ่ายทอด รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกระทรวงต่าง ๆ ก็ต้องดำเนินการทำอย่างไรก็ได้ให้เกาะพะงันมีสาธารณูปโภคที่ดีที่สุด ทําให้ท่านสามารถสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้ได้มากที่สุด ยิ่งมีความสะดวกเท่าไหร่ โอกาสก็มากขึ้นเท่านั้น เราก็มาจัดระเบียบให้กับประชาชน ทำให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ จะมาดูเรื่องแหล่งน้ำ ซึ่งทราบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ตอนนี้ 1 ปี จะเดือดร้อนอยู่ประมาณ 3 เดือน ตอนนี้เรากำลังจะทำเรื่องอ่างเก็บน้ำ “เอาเป็นว่าจบ” ต้องมีอ่างเก็บน้ำที่พอเพียงให้กับพี่น้องได้ใช้อุปโภคบริโภคและให้บริการกับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ตนเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่วนหนึ่งที่ทำให้สาธารณสุข มีระบบดีก็เพราะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงเรื่องการบริการสาธารณสุข การทำคลอด ก็สามารถทำได้ที่โรงพยาบาลเกาะพะงันแล้ว เพราะเกาะพะงันมีคุณภาพสาธารณสุขในระดับที่ดีแล้ว ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลเกาะสมุย

“มาเห็นที่นี่ที่นี่ไม่ใช่ชาวเกาะ ที่นี่เป็นชุมชน ที่นี่มีพี่น้องประชาชนอยู่เยอะแยะมากมาย มีโรงเรียนเรียนไปถึงมัธยมปลาย ที่นี่เป็นเทศบาล 3 เทศบาลรวมกัน เรียกว่า “เป็นสถานที่สำคัญ” ต้องพัฒนาให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อจะได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เกาะพะงันแห่งนี้ให้ยืนอยู่บนขาตัวเองได้ดีขึ้นและมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายครบครัน เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข รวมถึงเรื่องพลังงาน ที่อนาคตรูปแบบการใช้พลังงานเปลี่ยนไป ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เติมน้ำมันแล้วมีควันเสียควันพิษออกมา ที่สามารถใช้ยานพาหนะที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเองที่เกาะพะงัน และเปลี่ยนเรื่องของโครงสร้างพลังงานที่ท่านใช้ในชีวิตประจำวัน ถ้าเราทำได้ด้วยความรวดเร็ว เกาะพะงันก็จะเป็นเกาะที่ปลอดมลพิษ เราจะรักษาประมงพื้นบ้านและธุรกิจที่ไม่ก่อมลพิษให้กับเกาะพะงัน ส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมครัวเรือน อุตสาหกรรมพื้นบ้านที่ไม่ต้องขออนุญาตใบประกอบธุรกิจโรงงานพ่นควันพิษ ซึ่งตรงนี้ถ้าเราสามารถเปลี่ยนโครงสร้างได้ รวมถึงโครงการ Solar Rooftop ให้ชุมชน หรือแม้ให้ครัวเรือนแต่ละครัวเรือนได้ติด Solar ประจําบ้าน Solar ชุมชน ก็คือให้ทุกหลังคาเรือนปั่นไฟใช้เอง ขอเพียงแค่พระอาทิตย์ยังฉายแสงอยู่ แล้วถ้าใช้แล้วเหลือ ก็ให้รวมกลับมาที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซื้อคืนกลับหมด เพราะสิ่งที่จะทำให้คุณภาพชีวิตสมบูรณ์คือความสงบเรียบร้อย ความผาสุกของสังคม

“พวกเราทุกคนจะทำตรงนี้ให้มีระเบียบ มีความเป็นอยู่ที่ดี พวกเราทำได้ และขออนุญาตว่า ถ้าทำแล้วก็จะต้องไปคุยที่อื่นฟังด้วยว่า เราจะใช้ Sandbox นี้มาทำเป็นตัวอย่าง เป็นชุมชนตัวอย่าง เทศบาลตัวอย่าง ตำบลตัวอย่าง แล้วขยายรูปแบบนี้ออกไป เพราะปัญหาเหมือนกันหมด ที่สมุยก็เพียบ ภูเก็ตก็เยอะ พังงา ชลบุรี ระยอง แม้กระทั่งเชียงใหม่ เชียงราย เจอปัญหาแบบนี้หมด ทั้งเรื่องรุกที่ เข้ามาครอบครอง เรื่องแบ่งเช่า โดยอิทธิพล เจอปัญหาแบบนี้หมด เราจะแก้ให้เกลี้ยง เพื่อความผาสุกของสังคม และความสุขของพี่น้องประชาชนทุกคน”

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนิน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. มาตรการด้านการตรวจสอบการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง และการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว โดยได้ดำเนินตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการถือครองที่ดินของบุคคลที่มีสัญชาติไทย ที่เข้าข่ายเป็นการถือครองแทนบุคคลต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวในลักษณะอำพรางหรือนอมินี (Nominee) 2. มาตรการด้านการรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อย ได้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมบุคคลต่างด้าวที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ป้องกันและแก้ไขปัญหาบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และตรวจสอบการประกอบกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม 3. มาตรการด้านตรวจสอบการเข้ามาในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ได้ดำเนินการตรวจสอบการเดินทางเข้าหรือออกราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด


สำหรับผลการปฏิบัติ และบังคับใช้กฎหมาย สามารถบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดี แบ่งเป็น พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว 133 คดี พ.ร.บ.ยาเสพติด 109 คดี นอมินี 20 คดี พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 29 คดี พ.ร.บ.โรงแรม 7 คดี และอื่น ๆ อาทิ เช่น พ.ร.บ.การพนัน พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.ศุลกากร เงินตราปลอม 55 คดี สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับคดีนอมินี มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับนอมินี ทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยจำนวน 21 คดี ครอบคลุมบริษัทในพื้นที่เกาะพะงันหลายแห่ง โดยผู้ถือหุ้นเกี่ยวข้องกับสัญชาติอิสราเอล ฝรั่งเศส รัสเซีย อเมริกัน อิตาลี ยูเครน และชาติอื่น ๆ การดำเนินการเกี่ยวกับคดีกลุ่มชาวอิสราเอล จำนวน 44 คดี แบ่งเป็น ยาเสพติด 20 คดี ทำงานของคนต่างด้าว 8 คดี นอมินี 8 คดี คนเข้าเมือง 1 คดี สถานรับเลี้ยงเด็ก 2 คดี และคดีอื่น ๆ จำนวน 11 คดี โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการตรวจสอบเป้าหมาย

โดยให้ที่ทำการปกครองอำเภอบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และมีภาคเอกชนร่วมด้วย จัดตั้งคณะทำงานในการจัดทำข้อมูลเพื่อให้สามารถใช้แพลตฟอร์มข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น และจัดตั้งชุดปฏิบัติการต่อต้านข่าวปลอม “Fake News” พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง และผลการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง