หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“สนธิญา” ร้อง ผบ.ตร. โอนคดี “หมิงเฉิน ซัน” ให้ CIB หรือ DSI รับผิดชอบ ชี้โยงเครือข่ายจีนเทา-ภัยความมั่นคง

“สนธิญา” ร้อง ผบ.ตร. โอนคดี “หมิงเฉิน ซัน” ให้ CIB หรือ DSI รับผิดชอบ ชี้โยงเครือข่ายจีนเทา-ภัยความมั่นคง

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาโอนคดีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับการพบคลังอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ไปให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าคดีมีความซับซ้อนและขยายผลเชื่อมโยงหลายพื้นที่

นายสนธิญา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีเหตุผลสำคัญ 3 ประเด็น ประกอบด้วย ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบคดีให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบ หรือพิจารณาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ รวมถึงขอให้ตรวจสอบขบวนการปลอมแปลงสัญชาติและบัตรประชาชนให้กลุ่มจีนเทา ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตนเองเคยร้องเรียนไว้ก่อนหน้านี้

นายสนธิญา ระบุว่า จากข้อมูลที่ติดตามพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อำเภอเชียงดาว และเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่น่าจะก่อเหตุเพียงลำพัง แต่มีลักษณะเป็นขบวนการ มีบุคคลและเครือข่ายหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง เข้าข่ายความผิดลักษณะอั้งยี่ซ่องโจร และอาจเชื่อมโยงกับความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ

นอกจากนี้ นายสนธิญา ยังกล่าวว่า คดีดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายบุคคลต่างชาติ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน และมีการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงระหว่างไทย กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งมองว่าเป็นภัยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย โดยหลังจากยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ภายใน 2 วัน จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบบุคคลและหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม

นายสนธิญา กล่าวว่า ปัญหากลุ่มจีนเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ประเทศไทยต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวใช้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานปฏิบัติการ และใช้ไทยเป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทางและดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการอย่างเด็ดขาดและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img