ป.ป.ส.งัดไม้แข็ง! ผนึกจัดหางาน-เกาหลีใต้ ตั้ง Task Force ล้างบางเครือข่ายยานรกแฝงตัวกลุ่ม “ผีน้อย”

67

11 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด นางสาวขวัญกมล ศรีชัยวรรณ ผู้เชี่ยวชาญฯสำนักปราบปรามยาเสพติด และ นายไกรวุฒิ มณีรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนประสานการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ ผู้แทนจากศูนย์ EPS (HRD Korea) ประจำประเทศไทย ตัวแทนทางการเกาหลีใต้ ผู้อำนวยการกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ และ ผู้อำนวยการด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ ร่วมประชุมยกระดับความร่วมมือมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่ใช้แรงงานไทยเป็นเครื่องมือ โดยมุ่งเป้าจัดการปัญหาทั้งในกลุ่มแรงงานที่ถูกกฎหมายและแรงงานนอกระบบ (ผีน้อย) เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ

นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ได้รายงานสถานการณ์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในปัจจุบันว่า มีแรงงานไทยในเกาหลีใต้รวมกว่าแสนคน แบ่งเป็นแรงงานในระบบประมาณ 34,000 คน และกลุ่มลักลอบทำงานอีกกว่า 150,000 – 160,000 คน โดยในปี 2567 ทางการเกาหลีใต้สามารถยึดยาบ้าได้กว่า 2 ล้านเม็ด และไอซ์กว่า 200 กิโลกรัม ซึ่งกว่าร้อยละ 70 ลักลอบลำเลียงผ่านประเทศไทย พร้อมเตือนถึงพฤติการณ์ใหม่ที่กลุ่มแรงงานผิดกฎหมายมักใช้แรงงานถูกกฎหมายเป็นผู้เปิด “บัญชีม้า” และ “ซิมม้า” เพื่อทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการยกระดับการคัดกรองเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทางการเกาหลีใต้ โดยกรมการจัดหางานจะพิจารณาเพิ่มการตรวจหาสารเสพติดในขั้นตอนการตรวจสุขภาพสำหรับผู้ขอวีซ่า E-9 ในขณะเดียวกัน ทางสำนักงาน ป.ป.ส. จะให้การสนับสนุนชุดตรวจและจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อ “สุ่มตรวจ” สารเสพติดระหว่างการอบรมก่อนเดินทางหรือหน้าด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้การคัดกรองมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงจะปรับปรุงหลักสูตรการอบรมให้เข้มข้นขึ้น โดยเน้นย้ำถึงบทลงโทษทางกฎหมายขั้นรุนแรงของการสมคบคิดค้ายาเสพติด
และมีมติจัดตั้ง “ทีมปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่าย” (Task Force) ประกอบด้วย ป.ป.ส., กรมการจัดหางาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อวิเคราะห์ฐานข้อมูลผู้ที่เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วอยู่เกินกำหนด (Overstay) พร้อมประสานเครือข่ายอาสาสมัครแรงงานไทยในเกาหลีใต้ นอกจากนี้ จะเพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองบุคคลและสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะในเส้นทางเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอิสราเอล หากตรวจพบการกระทำผิด ณ วันเดินทาง ผู้กระทำผิดจะถูกระงับการเดินทางและถูกดำเนินคดีอาญาทันที ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวจะเป็นการยกระดับความร่วมมือในการทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่ใช้แรงงานไทยเป็นเครื่องมือเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อไป

รัฐบาลไทยและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแรงงานไทยที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้คือบุคลากรที่มีคุณภาพและปราศจากยาเสพติด โดยมาตรการทั้งหมดจะไม่ส่งผลกระทบต่อเงื่อนไขการพิจารณาออกวีซ่า E-9 แต่อย่างใด ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จะเดินหน้ามาตรการสุ่มตรวจและส่งบุคลากรลงพื้นที่บรรยายให้ความรู้แก่แรงงานในทันที