กรุงเทพฯ, วันที่ 10 พฤษภาคม – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวแก่ผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก จังหวัดจันทบุรี โดยมี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี ผู้บริหารกระทรวง ทส. ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน โดยโอกาสนี้ นายชัยวัฒน์ สวัสดิภูมิ นายอำเภอขลุง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน
โดย นายวชิรวิทย์ พึ่งสอนรักษ์ นายอำเภอแหลมสิงห์ กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าชายเลนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งนับเป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญด้านการบริหารจัดการที่ดิน เนื่องจากจังหวัดจันทบุรี เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก โดยเฉพาะหอยนางรม จึงเป็นตัวอย่างของการใช้ประโยชน์พื้นที่ควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างสมดุล และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ในอนาคต
กิจกรรมภายในงานครั้งนี้ นอกจากมีการมอบสมุดประจำตัวแก่ประชาชน จำนวน 59 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 646 ไร่ 69 ตารางวา เพื่อรับรองสิทธิการอยู่อาศัย และทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้แนวทางจัดการพื้นที่แบบ “แปลงรวม” ตามนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของรัฐบาล หรือ “รถไฟขบวนที่ 5” ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย และอาชีพให้ประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังมีการมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ รวมถึงมอบใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ให้แก่ ผวจ.จันทบุรี อีกทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลน ตลอดจนพบปะอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลและเครือข่ายชุมชนชายฝั่งที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นายสุชาติ กล่าวว่า การมอบสมุดประจำตัวในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าชายเลนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สมุดประจำตัวที่ได้รับในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเอกสารราชการ แต่เป็น “สัญลักษณ์ของความร่วมมือ” ระหว่างรัฐกับประชาชน ที่จะร่วมกันดูแลรักษาป่าชายเลนให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อส่งต่อทรัพยากรสำคัญให้ลูกหลานในอนาคต และในขณะเดียวกัน ป่าชายเลนมีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก หรือ “คาร์บอนสีน้ำเงิน” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสมดุล จะช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ ในช่วงท้าย รมว.ทส.ได้ฝากถึงประชาชนที่ได้รับสมุดประจำตัว ให้ร่วมกันรักษากติกาอย่างเคร่งครัด ไม่บุกรุกหรือขยายพื้นที่เพิ่มเติม ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จนกระทบต่อระบบนิเวศ และร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันระหว่าง “คนกับป่า” อย่างสมดุลและยั่งยืน

ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาความทับซ้อนระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนกับพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ ผ่านการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม ทั้งนี้ มีแผนขยายการมอบสมุดประจำตัวให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้ง 23 จังหวัด สำหรับประชาชนที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อลดข้อพิพาทด้านที่ดิน สร้างความชัดเจนในการใช้ประโยชน์พื้นที่ และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

