รวบน้าหื่น หนีคดีขืนใจหลานสาวแท้ๆ ลงมือตั้งแต่เหยื่ออายุ แค่14 ขู่ฆ่าสำทับห้ามปริปากบอกใคร หลบมากบดานเมืองนนท์นาน 2 ปี ก่อนจนมุม

65

วันที่ 10 พ.ค.พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ
พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ.ร่วมจับกุมนายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.384/2566 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2566 ข้อหา “พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่ออนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ“ ได้บริเวณริมถนนไม่ทราบชื่อ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ทั้งนี้ ทราบว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ผู้ปกครองของน.ส.เอ (นามสมมุติ) ขณะนั้นอายุ 17 ปี ได้พาบุตรสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวังน้ำเขียว จ.นครรราชสีมา หลังพบว่าบุตรสาวมีพฤติกรรมผิดปกติ โดยแพทย์แจ้งให้ทราบว่า น.ส.เอ นั้นถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงสอบถามจนทราบความจริงว่าถูกนายสมพร ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นน้าชายแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเรามาแล้วถึง 2 ครั้ง

โดนน.ส.เอ ให้การว่า เหตุครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ขณะนั้นผู้เสียหายมีอายุเพียง 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 ระหว่างนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่บ้านพัก นายสมพรเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง แล้วใช้มือโอบกอดลักษณะชู้สาว ก่อนใช้กำลังบังคับฉุดตัวไปยังบ้านพักของตนเองที่อยู่ห่างไปเพียง 5 เมตร ก่อนลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ พร้อมข่มขู่ห้ามส่งเสียงดัง หากขัดขืนคำสั่งจะฆ่าให้ตาย และห้ามนำเรื่องไปบอกใครรู้เด็ดขาด

ต่อมาครั้งที่สอง เหตุเกิดเดือนมิถุนายน 2566 ขณะผู้เสียหายอายุ 17 ปี นายสมพรเข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดิม คือโอบกอดและฉุดดึงไปยังที่นอนของผู้ต้องหา ใช้มือปิดปากและข่มขู่จะทำร้ายให้บาดเจ็บหากขัดขืน ผู้เสียหายเกิดความกลัวต้องจำยอมให้ผู้ต้องหาข่มขืนอีกครั้ง

หลังทราบเรื่องมารดาของน.ส.เอ จึงรีบพาบุตรสาวเข้าแจ้งความที่สภ.วังน้ำเขียว ทันที ภายหลังพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดนครราชสีมาเพื่อออกหมายจับ นายสมพรไหวตัวทันและหลบหนีออกจากพื้นที่ไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.ปพ. ทราบเบาะแสว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ก่อนเข้าจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การภาคเสธ นำตัวส่งสภ.วังน้ำเขียว ดำเนินคดี