วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ร่วมสั่งการให้ พ.ต.อ.วริษฐ์ ปทุมารักษ์ ผกก.2 บก.ปคม. พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.วนิดา หรือ ตู่, นายนิเวช หรือ เฮียหมู, นางจรัสศรี หรือ เจ๊อ้อย และ นายบุญธรรม หรือ ขาว
พร้อมกันนี้ยังอายัดตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้าอีก 5 ราย ประกอบด้วย น.ส.พัชรัตน์ หรือ แพต, นายสมชาย , นายธงชัย หรือ แขก, นายสถาพร หรือ กอล์ฟ และ น.ส.เกศกนก หรือ น้ำหวาน
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”, “ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหาเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงาน” รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องรวม 12 ข้อหา พร้อมตรวจยึดของกลาง รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า 1 คัน รถกระบะ 4 คัน และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์รูปแบบใหม่ ที่บังคับใช้แรงงานคนไทยให้ไปเป็น “บัญชีม้า” ให้กับแก๊งสแกมเมอร์ โดยจากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรม มีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 40 ราย และมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 13 ราย กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงคนไทยข้ามชายแดนได้ 4 รายดังกล่าว
จากการสืบสวนพบด้วยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้จะไปรับคนไทยจากโรงแรมในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนพาไปส่งตามแนวตะเข็บชายแดน เพื่อให้ชาวกัมพูชามารับตัวข้ามแดนต่อ โดยมีนายบุญธรรม ซึ่งอยู่ในกลุ่มรถตู้ และรถโดยสารสาธารณะ เป็นผู้รับจ้างนำคนไทยจากกรุงเทพมหานครไปยัง จ.สระแก้ว ตามคำสั่งของหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์
ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 ราย ถูกอายัดตัวมาจากเรือนจำ หลังก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปคม. เคยเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมไปก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน เม.ย.2569
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ต้องหาอีก 4 ราย หลบหนีอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว พบว่าเป็นการล่อลวงคนไทยไปเป็น “บัญชีม้ามนุษย์” เพื่อใช้สแกนใบหน้าฟอกเงินให้กลุ่มสแกมเมอร์ เนื่องจากมาตรการปราบปรามของภาครัฐทำให้การหา “บัญชีม้า” แบบเดิมทำได้ยากขึ้น คนร้ายจึงเปลี่ยนวิธีมาใช้การหลอกสมัคร “งานแอดมินรายได้ดีในไทย” อ้างว่าอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว และไม่ต้องข้ามแดน แต่สุดท้ายกลับถูกบังคับพาตัวข้ามไปยังกัมพูชา
พ.ต.อ.วริษฐ์ เปิดเผยว่าขบวนการดังกล่าวมีการทำงานเป็นระบบถึง 9 ขั้นตอน ตั้งแต่การหาเหยื่อ เตรียมบัญชีในฝั่งไทย ลำเลียงคน พร้อมสอดแนมเส้นทางไปยังชายแดน ก่อนพาข้ามแดนโดยใช้อาวุธคุมตัว และกักขังบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินฟอกเงินให้เครือข่ายอาชญากรรม
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

