วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการชาวจีนลักลอบจำหน่าย “แก๊สไนตรัสออกไซด์” หรือ “แก๊สหัวเราะ” หลังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงของจีน ที่หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม. สามารถตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย MR.SHILIN อายุ 27 ปี, MR.YANG อายุ 26 ปี และ MR.CAIYANG อายุ 26 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์โดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งปืนบีบีกันแบบยาว 1 กระบอก ปืนบีบีกันแบบสั้น 1 กระบอก แก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ “แก๊สหัวเราะ” จำนวน 20 กล่อง ภายในบรรจุถังแก๊สรวม 40 ถัง ขนาดถังละ 2 กิโลกรัม พร้อมลูกโป่งอีก 4 ถุงใหญ่ ก่อนคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการกักตัวรอส่งกลับประเทศจีน
ต่อมา จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ซัดทอดถึงผู้ร่วมขบวนการคนสำคัญ คือ MR.SHAN อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตเซินเจิ้น และเขตต้าตู้วโหว มณฑลฉงชิ่ง ในข้อหาประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบจำหน่ายแก๊สหัวเราะผิดกฎหมาย
สืบสวนพบว่า MR.SHAN มีบทบาทเป็น “ตัวการใหญ่” ทำหน้าที่จัดหาแก๊สไนตรัสออกไซด์ส่งให้เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศจีน เพื่อกระจายขายให้กับผู้เสพ โดยทางการจีนได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายแล้วกว่า 23 ราย ทั้งผู้จัดการเครือข่าย แคชเชียร์ ฝ่ายจัดจำหน่าย และคนขับรถส่งสินค้า แต่ตัว MR.SHAN หลบหนีเข้ามาแอบซ่อนตัวในประเทศไทย
ภายหลังได้รับข้อมูล กก.1 บก.สส.สตม. เร่งแกะรอยจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ยังอยู่ในราชอาณาจักรโดยวีซ่ายังไม่สิ้นสุด ทาง ผบก.สส.สตม. จึงมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมสั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมอย่างเร่งด่วน
กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า MR.SHAN เดินทางไปยื่นคำร้องขออยู่ต่อที่ บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ ก่อนแสดงตัวจับกุมได้สำเร็จ และควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวรอผลักดันส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

ขณะเดียวกันอีกคดี สตม. รวบ 9 เกาหลีใต้ ทลายรัง Call Center พัทยา
เจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ประสานงานกิจการตำรวจไทย–เกาหลี ขอให้ ทำการสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในลักษณะฉ้อโกงประชาชน จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีกลุ่มบุคคลต่างด้าวเกาหลีใต้ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายลักษณะดังกล่าวได้ลักลอบใช้ห้องพักภายในอาคารชุดแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นฐานในการกระทำความผิด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดพัทยา
โดยจากการเข้าตรวจค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง ตามหมายค้น และขยายผลเพิ่มเติมอีก 2 ห้อง พบนายซูบิน (สงวนนามสกุล) พร้อมพวก สัญชาติเกาลีใต้ ทั้งหมดจำนวน 9 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ เช่น มีการจัดทำสคริปต์ภาษาเกาหลี ใช้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทลอตเตอรี่ โดยหลอกลวงเหยื่อว่าเคยซื้อลอตเตอรี่และจะคืนเงินพร้อมค่าชดเชยที่เหยื่อไม่ถูกลอตเตอรี่ จากนั้นหลอกให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และส่งรหัส OTP เพื่อนำ OTP ไปใช้เข้าถึงบัญชีและจากนั้นทำการกู้เงินผ่านบัญชีของเหยื่อ และโอนเงินออกไปยังบัญชีที่คนร้ายเตรียมไว้ ทำให้เหยื่อได้รับความเสียหายจากภาระหนี้ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) โทรหาผู้เสียหายจำนวนมาก อีกทั้งพบไฟล์ Excel รายชื่อเหยื่อจำนวนหลายร้อยรายการ โดยตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 3 ราย ที่มีหมายจับของทางการเกาหลีใต้ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน (Call Center) และกรรโชกทรัพย์ โดยสามารถตรวจยึดของกลางจำนวนหลายรายการ เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 62 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 8 เครื่อง, iPad จำนวน 6 เครื่อง และเงินสด จำนวน 480,000 บาท ซึ่งจากการพฤติการณ์ในการเข้าตรวจค้นพบว่า มีลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคมและมีลักษณะประกอบกิจการที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยอันดีของสังคม
ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวทั้ง 9 ราย จากนั้นควบคุมตัว นำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยทางการเกาหลีใต้ได้ประสานงานข้อมูลผ่าน Interpol เพื่อขอนำพยานหลักฐานไปใช้สำหรับดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและหาตัวผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
สตม. ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการที่พัก เจ้าของบ้าน ผู้ให้เช่า ให้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 กำหนดให้เจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพัก หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th

