รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติจักรวาลกุมารจีนขบวนการ แฉใบเกิดทิพย์ 66 ราย พัวพันบ้านผี 4 หลัง ลากยาวหลายปี ส่อโยงเครือข่ายใหญ่จ่อหมายจับจนท.รัฐที่ร่วมแก๊งอึกหลายคน
นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบขบวนการออกสูติบัตรโดยมิชอบ หรือ “ใบเกิดทิพย์” ว่า เบื้องต้นได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมแล้วประมาณ 13 ราย ก่อนขยายผลร่วมกับเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และทีมงานส่วนกลางของกรมการปกครอง
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พบผู้เกี่ยวข้องแล้วมากกว่า 50 ราย และอาจเพิ่มสูงถึงประมาณ 66 ราย บ้านผี 4 หลัง โดยตัวเลขยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกย้อนหลังหลายปี ซึ่งพบว่าการกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะช่วงเวลา
นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของผู้ทำผิดนั้นพบว่าทางอดีตปลัดอำเภอคนดังกล่าวนั้นยังเคย ทำงานร่วมสี่อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อำเภอห้วยแถลง อำเภอเมือง อำเภอสีคิ้ว และอำเภอประทาย โดยที่ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งอยู่นั้นก็มีการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่เคยดำรงตำแหน่งและทำงานอยู่ในทั้งสี่อำเภอจนทำให้ปรากฏชื่อการการแจ้งเกิดทิพย์รวมไปถึงการแก้ไขทะเบียนราษฎร์หลายรายการทั้งสี่อำเภอ
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกรณี “บ้านทิพย์” หรือบ้านที่ใช้เป็นที่อยู่ปลอม โดยในพื้นที่อำเภอห้วยแถลงพบแล้ว 4 หลัง ขณะที่พยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ต้องหา แม้บางรายยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่ามีความชัดเจนเพียงพอ เนื่องจากศาลได้พิจารณาอนุมัติหมายจับแล้ว
ในส่วนของการสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจพบบุคคลในบัญชีเฝ้าระวังบางรายพยายามเดินทางออกนอกประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่สามารถระงับการเดินทางไว้ได้ทัน
รองอธิบดีกรมการปกครองระบุว่า ขณะนี้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง 6 หน่วยงานหลัก อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านทะเบียนราษฎรอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศทั้ง 878 อำเภอ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้มงวดการตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะการจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ และการออกสูติบัตรให้เด็กที่มีบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ
“หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตจะได้รับการคุ้มครอง แต่หากพบว่ามีเจตนากระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นายวิฑูรย์กล่าว
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีความชัดเจนในการเดินหน้าตรวจสอบและรื้อระบบทะเบียนทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต
และเร็วๆนี้อาจจะเปิดปฏิบัติการจับกุมในพื้นที่โคราชเพิ่มเติมซึ่งขนะนี้รอหมายจับอยู่ คาดว่าจะจับผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย

