“วัชระพล”เรียกแจง“ปลา AI” 9.1 ล้าน ยังไม่คุ้มค่า สั่งกรมประมงจับตารายสัปดาห์

301

“วัชระพล”เรียกอธิบดีกรมประมง แจงแก้ปัญหาแอปพลิเคชั่น ปลา AI เจ้าปัญหา ชี้ พอรับได้ยังไม่เกิดพิรุธ แต่สั่ง กรมประมงตรวจสอบต่อเนื่อง หากพบปัญหาไม่คุ้มค่าเดินหน้าสอบต่อ ย้ำเดินหน้าสอบทุกโครงการที่คาดว่ามีปัญหา ด้าน ผู้ทรงคุณวุฒิเผยโครงการโครงการแอป เป็นงบของดีอี อ้าง AI กำลังเรียนรู้ขั้นประถม รอเรียนรู้เพิ่มเติม เชื่อคุ้มค่าเงิน

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการพูดคุยกับ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีเข้าชี้แจง การจัดทำโครงการแอปพลิเคชั่น “Thailand FishAI” ของกรมประมง ในเรื่องของความคุ้มค่า และความโปร่งใสของโครงการฯ

โดยนาย วัชระพล กล่าวว่า การเรียกอธิบดีกรมประมงเข้าชี้แจงครั้งนี้ เพื่อรับทราบรายละเอียดโครงการฯ เนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 30 วัน โดยอธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าว ไม่ได้ใช้งบประมาณของกรมประมง แต่เป็นการของบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ปี 2568 โดยผ่านการประสานงานจากนาย พลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง โดยได้งบประมาณจำนวน 9.1 ล้านบาท จำแนกเป็น การพัฒนามันสมอง AI จำนวน 5 ล้านบาท/ จัดทำแอพพลิเคชั่นฯ 1 ล้านบาท /การจัดทำเว็บไซต์ 1 ล้านบาท และ พัฒนาระบบคลาวด์ อีก 1 ล้านบาท ตลอดจน การซื้อคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และ ระบบหลังบ้าน

ทั้งนี้ยืนยันว่า จากการหารือในครั้งนี้ ยังไม่เห็นความผิดปกติของโครงการดังกล่าว แต่ยอมรับ จำนวนเงินที่ลงทุนกับประสิทธิภาพการใช้งานในขณะนี้ยังไม่เกิดความคุ้มค่า ซึ่งตนได้กำชับให้กรมประมง ผู้รับจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นฯ เพื่อทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานโดยเฉพาะการแยกชนิดปลาที่ยังมีข้อจำกัด พยายามผลักดันทำให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด หากพบปัญหาก็ต้องเร่งแก้ไขเพื่อเกิดความเรียบร้อย

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามถึง บริษัท บลู ซิสเต็ม เทคโนโลยี จำกัด ที่เป็นผู้รับจ้างในโครงการนี้ และยังรับงานกรมประมงอีกหลายโครงการฯ ได้รับการเอื้อประโยชน์หรือไม่ จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ให้ข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าว มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบความผิดปกติในเรื่องความไม่โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ณ ปัจจุบัน ยังไม่ถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่หลังจากนี้จะติดตามการทำงานของแอพพลิเคชั่นดังกล่าวรายสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับกรณีที่ส.ส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายละเอียดของโครงการโดยเฉพาะการจัดทำ TOR จัดซื้อจัดจ้าง ก็พร้อมเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการเทคแอ็คชั่นโครงการของกรมประมง ไม่ได้เพื่อกลบกระแสข่าว การโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงหรือไม่ แต่ตนมีหน้าที่กำกับดูแลกรมประมงโดยตรง อะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็พร้อมเรียกตรวจสอบได้ทุกโครงการฯ

ด้านนายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง และหัวหน้าโครงการ “Thailand FishAI” กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเป็น “ห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่” รวบรวมข้อมูลชนิดพันธุ์สัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ควบคู่กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยจำแนกชนิดปลา และสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ

สำหรับ แอปพลิเคชัน ยังเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อเพิ่มฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ สำหรับกรณีที่ระบบเกิดความคลาดเคลื่อนในการจำแนกชนิดปลาในช่วงเริ่มต้น

ทั้งนี้ทีมวิจัยได้เร่งปรับปรุงระบบแล้ว โดยเพิ่มกลไกคัดกรองข้อมูล หากเป็นภาพที่ไม่ใช่ปลา ระบบจะไม่แสดงผลจำแนก แต่จะแจ้งให้ผู้ใช้งานส่งภาพใหม่ที่ชัดเจนแทนโดยปัจจุบันระบบสามารถจำแนกปลาได้ประมาณ 50–52 ชนิด ซึ่งเป็นชนิดปลาที่อยู่ในฐานข้อมูล และมีความแม่นยำในระดับสูง โดยผ่านการคัดเลือกโมเดลที่มีความแม่นยำมากกว่า 70% ก่อนนำมาใช้งานจริงส่วนการพัฒนา AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก โดยโครงการนี้ได้จัดเก็บภาพปลาจริงมากกว่า 50,000 ภาพ จากแหล่งเพาะเลี้ยงของกรมประมง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ

สำหรับการฝึกสอน และหลีกเลี่ยงปัญหาด้านลิขสิทธิ์ ในด้านแนวทางพัฒนา กรมประมงเลือกพัฒนา AI ภายในประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยทางข้อมูล และลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว เนื่องจากหากใช้บริการจากต่างประเทศ จะมีค่าใช้จ่ายต่อการประมวลผลในแต่ละครั้ง ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสะสม