วันที่ 30 เมษายน 2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ มอญรัต, พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา และ พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย สว.กก.4 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม นายอนันต์กรณ์ อายุ 46 ปี และ นางสาวกรกมล อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2352และ 2353/2569 ลงวันที่ 24 เม.ย.69 ในข้อหา “ร่วมกันกันฉ้อโกงทรัพย์, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จับกุมได้ที่ บริษัทแห่งหนึ่ง ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย และ บริษัทใน จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจยึดของกลางประกอบด้วยสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ 1 ชุด, เอกสารสัญญาให้บริการหุ่นยนต์เทรดสกุลเงินดิจิทัล15 ซอง, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 45 เล่ม, หนังสือแผนการลงทุน 2 ชุด, คู่มือการใช้งานระบบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แบบ spot อัตโนมัติ 1 เล่ม, โฉนดที่ดินอาคารชุด 1 ชุด, หนังสือเดินทาง 5 เล่ม, เอกสารเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน 1 กล่อง และ สัญญาเช่าบ้าน 1 ชุด
สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในระบบ “AI IOTA” ซึ่งอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Robot Trade) ในการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีจากประเทศอังกฤษ โดยอ้างว่าสามารถสร้างกำไรได้ถึงร้อยละ 12 ต่อรอบการลงทุน (28 วัน) พร้อมทั้งรับประกันเงินต้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
จากนั้นได้พาผู้เสียหายที่สนใจลงทุนไปเยี่ยมชมสำนักงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราทั้งในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร และในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งมีการแสดงพอร์ตการลงทุนปลอมที่ระบุสถิติผลกำไรและสลิปการโอนเงินของสมาชิกรายอื่นที่ไม่มีอยู่จริง เพื่อหลอกให้หลงเชื่อ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์ www.iotawse.com ให้ผู้เสียหายสามารถเข้าสู่ระบบ เพื่อตรวจสอบยอดเงินลงทุนและผลกำไรปลอมได้ด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการใช้กลุ่มไลน์ในการติดต่อสื่อสารและกระตุ้นให้เกิดการระดมทุนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการจัดทำสัญญาร่วมลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เหยื่อก่อนที่จะให้โอนเงินลงทุนเข้าสู่บัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหา
ต่อมาภายหลังเมื่อถึงกำหนดชำระผลตอบแทน กลุ่มผู้ต้องหากลับเริ่มบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงิน จนกระทั่งมีการปิดบริษัทและลักลอบขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานหลบหนีไปในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญ และขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่, สุโขทัย และฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมายกระทั่งจับกุม นายอนันต์กรณ์ กรรมการบริษัทและผู้พัฒนาโปรแกรม พร้อมด้วย นางสาวกรกมล อดีตกรรมการและแอดมินผู้ดูแลบัญชี โดยทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการบรรยายแผนการลงทุนและควบคุมระบบคอมพิวเตอร์
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

