วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายอลงกต มณีกาศ สส.จังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ สส.จังหวัดนครพนม นายสุภีรภัทร ภูมิภักดิ์ สส.จังหวัดอุดรธานี นายสุริยา แป้นสุขา สส.จังหวัดบึงกาฬ และนายณัฐศิษฎ์ โกวิทปาลกุล ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม แถลงข่าวเกี่ยวกับมติ ครม.ในการอนุมัติการจัดตัังคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การขาดแคลนแพทย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สืบเนื่องจากสถานการณ์การขาดแคลนแพทย์ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานตอนบนมีมาเป็นเวลานานแล้ว ภาคอีสานตอนบนหลายจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬและนครพนม ขาดแคลนแพทย์ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดบึงกาฬ ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมาแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลทั่วไปไม่เพียงพอ ต้องอาศัยแพทย์จากโรงพยาบาลข้างเคียงไปช่วยปฏิบัติงาน สาเหตุที่ทำให้แพทย์ในจังหวัดภาคอีสานตอนบนขาดแคลน ปัจจัยหลักคือแพทย์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในท้องถิ่นหรือคนในจังหวัดนั้น ๆ เมื่อมาใช้ทุนไม่กี่ปีก็ลาออก แพทย์บางคนที่จังหวัดบึงกาฬทำงานเพียงปีเดียวก็ลาออก จึงต้องเรียกร้องไปที่กระทรวงสาธารณสุขว่า การใช้ทุนของแพทย์นั้น เวลาผ่านมา 30 – 40 ปีแล้วแต่ก็ยังเหมือนเดิมคือ ใช้ทุน 300,000 บาท หากไม่รับราชการครบ 3 ปี
ดังนั้น แพทย์จบใหม่ทำงานเพียงปีเดียวก็หาเงินหรือมีเอกชนมาจ่ายให้อีกประมาณไม่ถึง 200,000 บาทก็ได้ไปทำงานกับภาคเอกชนแล้ว และอีกสิ่งหนึ่งที่ภาคอีสานตอนบนขาดแคลนและไม่มีเลยคือ โรงเรียนแพทย์ หรือคณะแพทยศาสตร์ จึงต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่เมื่อวานนี้ได้มีมติอนุมัติงบในการจัดการเรียนการสอนให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ซึ่งงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาทที่อนุมัติเมื่อวานนี้นั้น เป็นงบผูกพัน 10 ปี ในการผลิตแพทย์เพื่อพี่น้องประชาชน 7 จังหวัดในภาคอีสานตอนบน ซึ่งเป็นเขตสุขภาพที่ 8 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร และหนองคาย
โดยในปี 2571 ที่จะเปิดรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรก ทราบอย่างไม่เป็นทางการจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนมว่า จะให้สิทธิเฉพาะนักเรียนที่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 8 หรือใน 7 จังหวัดนี้เท่านั้น เพื่อเขาจะได้กลับภูมิลำเนาหลังจากที่จบการศึกษา 6 ปี สิ่งที่ต้องการเรียกร้องคือ เมื่อเป็นคณะแพทยศาสตร์แล้วแต่เรายังฝากเรียนอยู่ที่จังหวัดเลยและจังหวัดยโสธร คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนครพนม ไม่มีโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ จึงขอเรียกร้องให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนครพนม ทั้งนี้ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครพนม ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันโครงการนี้ เนื่องจากเวลานั้นท่านเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนมโดยตำแหน่ง และยังเป็นกรรมการเขตสุขภาพที่ 8 ซึ่งทราบถึงปัญหาเหล่านี้ดี
อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีและ สส. ทุกคนที่มีส่วนผลักดันในการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์เพื่อคนอีสานโดยเฉพาะภาคอีสานตอนบนซึ่งยังขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก

