ที่กระทรวงกลาโหม, วันที่ 28 เมษายน – นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้นำคณะผู้บริหารสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 25 คน เข้าพบ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) และ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อศึกษาดูงาน และหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันปอเนาะ และศูนย์การเรียนรู้ประจำมัสยิด (ตาดีกา) รวมถึงบริบทการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างยั่งยืน

พลโท อดุลย์ กล่าวว่าการพบปะครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และเปิดมุมมองต่อวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของกำลังพลในค่ายทหารอย่างใกล้ชิด พร้อมย้อนความทรงจำถึงความผูกพันที่เคยปฏิบัติงานร่วมกับพี่น้องในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งนี้ขอยืนยันว่า กองทัพมุ่งทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือประชาชนด้วยความจริงใจ มิได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชน พร้อมสะท้อนภาพความประทับใจของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างชุมชนต่างศาสนา และแสดงความหวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศแห่งความเข้าใจ และความไว้วางใจเช่นนี้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน
ด้าน นายปิยะศิริ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานว่า การพบปะครั้งนี้มุ่งเน้นการพูดคุยอย่างเปิดใจ ไม่ยึดติดรูปแบบ เพื่อสร้างความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างแท้จริง โดยย้ำว่าทุกการใช้งบประมาณต้องเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับมิติด้านการศึกษา ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนและผู้ขับเคลื่อน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในทุกด้าน ทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ และคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการให้ทันสมัย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพหลักสูตรและบุคลากรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

ด้าน นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวในนามผู้แทนสถาบันการศึกษาอิสลามว่า รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งต่อการต้อนรับ พร้อมชี้ว่าการพบปะแลกเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีร่วมกัน ทั้งนี้ แม้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ “สถาบันการศึกษา” โดยเฉพาะปอเนาะและตาดีกา ยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรม อัตลักษณ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของเยาวชน จึงเชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต และนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่มั่นคงให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างยั่งยืน
โดยก่อนหน้าที่เลขา ศอ.บต. จะนำคณะผู้บริหารสถาบันการศึกษาจาก จชต. เข้าพบ รมว.กห. ได้เกิดกระแสความไม่พอใจในกลุ่มชาวมุสลิมในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร รร.ปอเนาะ และตาดีกา เนื่องจากพลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.กอ.รมน.ภาค 4) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในทำนองพาดพิงและกล่าวหาโรงเรียนสอนศาสนาว่า “ปลูกฝังแนวคิดอื่น” ทำให้สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งย้าย มทภ. 4 ออกจากพื้นที่ ขณะที่ชมรมโรงเรียนปอเนาะ จ.สงขลา ขอให้รัฐบาลพิจารณาสั่งย้าย พลโทนรธิป ทันทีหรือภายใน 30 เม.ย. นี้ โดยทางชมรมจะระงับการให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมกับฝ่ายความมั่นคงนับจากนี้ไป ก่อนที่ต่อมา พลโทนรธิปได้ออกมาขอโทษประชาชนถึงกรณีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด

