กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดหลักสูตรการออกแบบนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รุ่นที่ 8 (STI Policy Design: STIP08) มุ่งพัฒนานักนโยบายรุ่นใหม่ให้สามารถขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ด้วยแนวทางนโยบายแบบมุ่งเน้นพันธกิจ (Mission-oriented Innovation Policies: MOIP)
ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ระบุว่า โลกปัจจุบันเผชิญความผันผวนสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาประเทศและการกำหนดนโยบาย จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพผู้กำหนดนโยบายให้สามารถออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยหลักสูตร STIP ได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น
สำหรับหลักสูตร STIP08 มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การพัฒนานโยบายด้าน อววน. และนโยบายสาธารณะบนฐานข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven) ให้สอดคล้องกับภาคส่วนต่าง ๆ การมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจริงเพื่อแปลง “งานวิจัยและนโยบาย” สู่ “ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม” (Research to Impact) ผ่านการจัดทำข้อเสนอนโยบายที่ใช้ได้จริง และการสร้างเครือข่ายนักพัฒนานโยบายเพื่อลดการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) และผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ
ด้าน รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับโลกและประเทศ ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องอาศัยข้อมูลจริงเป็นฐานสำคัญ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุด ผู้เข้าร่วมอบรมในฐานะนักออกแบบนโยบายจึงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการประเมินผลนโยบาย เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง
ภายในการปฐมนิเทศหลักสูตร ดร.สุชาต อุดมโสภกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ของหลักสูตรในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการออกแบบนโยบาย อววน. และนโยบายสาธารณะ ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง พร้อมสร้างเครือข่ายนักนโยบายของประเทศ ขณะที่ ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการ STIPI มจธ. อธิบายโครงสร้างหลักสูตรที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาและโอกาส การเลือกใช้เครื่องมือนโยบาย การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การประเมินงบประมาณและผลกระทบ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเชิงนโยบาย โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมอบรม 42 คน จาก 31 หน่วยงาน
ในโอกาสนี้ ดร.สุรชัย ยังได้บรรยายหัวข้อ “แนวทางการพัฒนานโยบายโดยหลักการนโยบายนวัตกรรมที่มุ่งเน้นพันธกิจ (MOIP)” โดยเน้นการแปลงโจทย์ระดับประเทศให้เป็นภารกิจที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนการวิจัย นวัตกรรม และการศึกษาอย่างตรงเป้าหมาย ผ่านแนวคิด Portfolio of Innovation และการบูรณาการทรัพยากรข้ามสาขา เปลี่ยนจากการพัฒนาแบบรายสาขา (Sector-based) สู่การมุ่งผลลัพธ์เชิงภารกิจที่วัดผลได้ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน
พร้อมกันนี้ ยังได้สะท้อนทิศทางการจัดทำกรอบนโยบาย อววน. พ.ศ. 2571–2575 ที่มุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการแก้โจทย์ประเทศและสร้างโอกาสใหม่ โดยใช้แนวทาง Mission Portfolio เพื่อบริหารโครงการอย่างยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนทรัพยากรและสำรวจทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวถึงความท้าทายในการพัฒนาประเทศด้วย อววน. ว่า เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความกังวลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจจากภูมิรัฐศาสตร์ และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีพลิกผัน (Disruptive Technologies) เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีชีวภาพ และควอนตัม
ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามและประเมินผลนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (Transformative Change) โดยต้องตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และนำผลประเมินไปปรับปรุงทิศทางนโยบายและการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศ
ตัวอย่างการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการด้านกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารอนาคต (Future Food) ผ่านการปรับบัญชี Health Claims ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ลดระยะเวลาการเข้าสู่ตลาด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม (Innovation-driven Enterprise) ผ่านการปรับกฎหมาย การพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรม การสร้างแพลตฟอร์มขยายตลาด (E-Commercial and Innovation Platform: ECIP) การสนับสนุนการร่วมลงทุนผ่านกลไก University Holding Company (UHC) และนโยบาย Offset เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
หลักสูตร STIP08 จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านนโยบาย ที่พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และการขับเคลื่อนเชิงระบบ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับความท้าทายและสร้างโอกาสใหม่ในอนาคตอย่างยั่งยืน

