หัวตารางเดือด! เรือใบกุมคอหอยปืนใหญ่ ศึกแชมป์พรีเมียร์ลีกวัดใจ 5 นัดสุดท้าย ใครพลาด…น้ำตาร่วง

110

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เดินทางมาถึงจุดที่ไม่มีใครกล้ากะพริบตา เพราะการกะพริบเพียงครั้งเดียว อาจหมายถึงการมองไม่เห็นถ้วยแชมป์ทั้งปี วันนี้ Manchester City F.C. ขึ้นไปยืนบนหัวตารางด้วย 70 คะแนนเท่ากับ Arsenal F.C. แต่เหนือกว่าด้วยรายละเอียดเล็กน้อยที่โคตรสำคัญ — เกณฑ์ตัดสิน

ฟุตบอลบางครั้งไม่ได้วัดกันแค่ “แต้ม” แต่วัดกันที่ “ความนิ่ง” และเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือทีมที่ส่งสายตาเย็นชาใส่ทุกคู่แข่งอีกครั้ง เรือใบไม่ได้แรงสุด…แต่โหดสุดตอนคนอื่นหายใจรดต้นคอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมของ Pep Guardiola เร่งเครื่องปลายฤดูกาล ทุกปีเมื่อเข้าสู่ 5 นัดสุดท้าย ทีมอื่นเริ่มคิดมาก แต่ซิตี้เริ่มคิดเป็นระบบ ทีมอื่นเริ่มกดดัน แต่ซิตี้เริ่มเดินหน้า ทีมอื่นเริ่มมองตารางคะแนน แต่ซิตี้มองแค่นัดต่อไป นี่คือความน่ากลัวของทีมที่เคยผ่านไฟลุ้นแชมป์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

อาร์เซนอลไม่ได้อ่อน…แต่ห้ามสั่น
ฝั่ง Arsenal F.C. ของ Mikel Arteta โปรแกรมอาจดูเบากว่าเล็กน้อย แต่คำถามใหญ่ไม่ใช่เรื่องคู่แข่ง
คำถามคือ.?เมื่อรู้ว่าห้ามพลาดแม้แต่นัดเดียว นักเตะจะเล่นด้วยความกล้า หรือเล่นด้วยความกลัว? ทีมลุ้นแชมป์จำนวนมากไม่ได้แพ้คู่แข่งแต่แพ้เสียงในหัวตัวเอง

ถ้าอาร์เซนอลยังนิ่ง ชนะต่อเนื่อง พวกเขามีสิทธิ์กลับมาแซงได้ทันที แต่ถ้าสะดุดหนึ่งเกม ต่อให้เสมอเกมเดียว แรงกดดันจะถาโถมเหมือนคลื่นยักษ์

5 นัดสุดท้าย = 5 รอบชกน็อกเอาต์
จากนี้ไม่มีเกมเล็ก ไม่มีแต้มราคาถูก ไม่มีคำว่าเดี๋ยวแก้ตัวนัดหน้า หากซิตี้เสมอ 1 เกม อาจเสียบัลลังก เข่นกันอาร์เซนอลพลาด 1 เกม อาจเห็นหลังเรือใบลิบ ๆ

ถ้าแต้มเท่ากันจนจบ รายละเอียดเล็กน้อยจะกลายเป็นมีดกรีดใจนี่คือช่วงเวลาที่แชมป์ไม่ได้ตัดสินด้วยเท้าอย่างเดียว แต่ตัดสินด้วยหัวใจ ถ้าถามว่าใครได้เปรียบตอนนี้?
ตอบตรง ๆ แบบไม่เอาใจแฟนบอลฝ่ายไหน — แมนฯ ซิตี้ เพราะพวกเขารู้วิธีวิ่งเข้าเส้นชัยรู้วิธีอยู่กับแรงกดดันรู้วิธีชนะตอนที่ต้องชนะ แต่อาร์เซนอลยังไม่ตาย และอันตรายที่สุดเมื่อถูกมองว่ารอง ประโยคสุดท้ายถึงแฟนบอลทั้งสองทีม แฟนซิตี้…อย่าเพิ่งฉลอง แฟนอาร์เซนอล…อย่าเพิ่งสิ้นหวัง เพราะพรีเมียร์ลีกหลายปีสอนเรามาแล้วว่าแชมป์ไม่ได้เกิดวันที่ขึ้นจ่าฝูง แต่เกิดวันที่เสียงนกหวีดนัดสุดท้ายดังขึ้น

ทีมข่าวกีฬา สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ รายงาน