ตำรวจปิดเกมไล่ล่าครบแก๊งคดีลอบยิง สส.นราธิวาส หลังทีมสืบ “นพศิลป์” บุกรวบ “ร.อ.วิโรจน์” ถึงชายแดนกาญจนบุรี หนีกบดานเมียนมากว่าเดือน เจ้าตัวรับลงมือแต่โต้ไม่ได้หวังสังหาร ขณะที่ “พล.ต.อ.สำราญ” เค้นสอบเข้ม ชี้คำให้การยังมีพิรุธ เตรียมขยายผลล่าผู้บงการตัวจริงถึงที่สุด

เมื่อเวลา 01.58 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันพยายามฆ่า นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มาถึงยังกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) เพื่อทำการสอบปากคำเข้ม โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาอำนวยการสอบสวนด้วยตนเอง
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ร.อ.วิโรจน์ ถือเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ในกลุ่มผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ครบก่อนหน้า ประกอบด้วย นายสมพร ลังเดช และ นายสุนทร พหรมภักดี (ถูกจับกุมที่ จ.นราธิวาส) นายอลาวี (ถูกจับกุมที่กรุงเทพมหานคร) นายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน (ถูกจับกุมที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี)

สำหรับ ร.อ.วิโรจน์ ถูกรวบตัวได้ที่ชายแดน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังหลบหนีไปกบดานในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา นานกว่า 1 เดือน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ร.อ.วิโรจน์ ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงจริง โดยให้ข้อมูลย้อนไปถึงปูมหลังว่า หลังลาออกจากราชการทหารขณะมียศ “ร้อยเอก” ได้ไปทำงานกับสหประชาชาติ (UN) นานถึง 16 ปี เมื่อกลับมาประเทศไทยได้ประสบปัญหาวางงาน จึงเข้ามาพักอาศัยกับ นายสมพร จนกระทั่งทราบเรื่องการรับงานจ้างวานผ่านนายสมพร “จำเลยรับว่ารู้ข้อมูลงานจากสมพร แต่ในจังหวะที่จะต้องลงมือสังหาร นายกมลศักดิ์ เกิดความรู้สึกลังเล จึงตัดสินใจเบี่ยงวิถีกระสุนสาดไปที่บริเวณหน้ารถแทน เพื่อหวังเพียงให้เกิดความหวาดกลัวหรือบาดเจ็บเท่านั้น ไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิต” คำให้การบางส่วนจากผู้ต้องหา
นอกจากนี้ ร.อ.วิโรจน์ ยังยอมรับเรื่องการยืมรถยนต์จากหน่วยงานความมั่นคง (กอ.รมน.) ผ่านทาง น.อ.มนตรี โตประเสริฐ มาใช้ในการปฏิบัติภารกิจทมิฬในครั้งนี้ ซึ่งมีการยืมรถใช้รวมทั้งหมด 3 ครั้ง

พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพในลักษณะอ้างความลังเล แต่ทางตำรวจ “ยังไม่ปักใจเชื่อ” เนื่องจากพยานหลักฐานและคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งกันในบางประเด็น หลังจากนี้จะส่งตัวผู้ต้องหาไปยัง จ.นราธิวาส ในเช้าวันนี้ เพื่อให้ชุดสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นำโดย พล.ต.ท.กฤษฎา แก้จันดี รอง ผบช.ภ.9 ดำเนินการขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ กล่าวทิ้งท้าย ว่า “นายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. กำชับชัดเจน พยานหลักฐานถึงใครต้องเอาผิดถึงที่สุด โดยเฉพาะตัวผู้ใช้จ้างวานหรือผู้บงการ เพราะคดีนี้กระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์การคุ้มครองความปลอดภัยของผู้แทนราษฎร”

