“กวินศักดิ์” เปิดใจหลังได้ประกัน ปัดเอี่ยวเงิน 2.5 ล้าน ลั่นช่วยเพื่อนด้วยใจ พร้อมน้อมรับหากถูกให้ออกจากราชการ รับตรงๆ “เกลียดอัจฉริยะ” ปมถูกพาดพิงหลายครั้ง

76

“กวินศักดิ์” เปิดใจครั้งแรกหลังศาลให้ประกัน ยืนยันความบริสุทธิ์ ชี้เข้าไปเกี่ยวข้องเพราะช่วยเพื่อน ไม่เกี่ยวเงิน 2.5 ล้าน ปฏิเสธบทบาทคนกลาง พร้อมน้อมรับทุกคำสั่งผู้บังคับบัญชา แม้ต้องออกจากราชการ ขณะยอมรับมีปมขัดแย้ง “อัจฉริยะ” ถึงขั้นเอ่ยปากว่าเกลียด หลังเคยถูกพาดพิงจนกระทบชีวิตยาวนาน

เมื่อเวลา 17.40 น. พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 เปิดใจภายหลังได้รับการประกันตัว โดยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจของตนเอง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงในหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าตนมีปัญหาขัดแย้งกับนายอัจฉริยะ มาก่อนถึง 2 ครั้ง และเคยถูกร้องเรียน รวมถึงถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แต่ทุกกรณีตนได้ใช้ข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย จนท้ายที่สุดเรื่องก็ยุติลง โดยยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ และพร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นกระบวนการยุติธรรม

พร้อมระบุว่า สาเหตุที่เข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องจาก พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร หรือ ผกก.เคน ผกก.3 บก.สส.สตม. โทรมาขอคำปรึกษา หลังทราบว่าตนเคยผ่านประสบการณ์การถูกร้องเรียนและสามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงให้คำแนะนำในฐานะเพื่อน และด้วยความหวังดี ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา

“ผมยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำ เป็นไปตามกฎหมาย และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หรือส่วนแบ่งจากเงิน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง เป้าหมายเดียว คืออยากช่วยเพื่อนให้พ้นปัญหาเท่านั้น” พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ยังย้ำว่า ไม่เคยติดต่อหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายอัจฉริยะ แต่อย่างใด พร้อมบอกว่าตนเองเกลียดนายอัจฉริยะ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิง จากที่นายอัจฉริยะไลฟ์สดโจมตี จนต้องถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนานถึง 3 ปี ส่งผลกระทบทั้งต่อหน้าที่การงานและครอบครัว

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวในสังคมว่า หลายครั้งข้อมูลด้านลบถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อเท็จจริงหรือผลงานที่ตนเคยทำกลับไม่ได้รับการพูดถึง เช่น กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เคยถูกกล่าวหายักยอกเงิน 47 ล้านบาท แต่สุดท้ายสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ และยังพัฒนาองค์กรจนได้รับรางวัล แต่เรื่องดังกล่าวกลับไม่ถูกนำเสนอในสื่อ

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากปฏิบัติงานอยู่คนละหน่วยงาน ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงจะเหมาะสมกว่า พร้อมย้ำว่าตนไม่มีข้อมูลเชิงลึกในประเด็นนี้ และไม่สามารถให้รายละเอียดได้

เจ้าตัวยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้อื่นจนส่งผลกระทบต่อตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันจะเดินหน้าทำหน้าที่ตำรวจต่อไป หากมีโอกาส เพราะเชื่อว่าสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้

ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามถึงบทบาทหรือการเป็น “คนกลาง” ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดควรเป็นไปตามกระบวนการสอบสวน และขอให้สังคมรอฟังผลอย่างเป็นทางการ

ซึ่งถ้าหากในอนาคตมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวว่าพร้อมน้อมรับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา และเคารพทุกคำสั่งที่ออกมาตามกระบวนการ โดยเห็นว่าหากการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและความเชื่อมั่นของประชาชน ตนก็ยินดีปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ระบุว่า หากผู้บังคับบัญชายังเห็นว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่และทำประโยชน์ให้กับองค์กรและประชาชนได้ ก็พร้อมจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ โดยย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่รับราชการ ตนยึดมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด และยังมีความตั้งใจที่จะรับใช้ประเทศในฐานะข้าราชการตำรวจ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ฝากถึงนายอัจฉริยะว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก เนื่องจากผลกระทบไม่ได้เกิดกับตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่ยังลามไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างด้วย พร้อมย้ำว่าความจริงจะปรากฏในที่สุดผ่านกระบวนการยุติธรรม