เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่บริเวณแดนเนรมิตเก่า ถนนพหลโยธิน นางทิพวัลย์ มาศไตร นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมด้วย นายคาเชน บุญเรือง หรือทนายเจ ทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ในกรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ เช่นเดียวกับผู้ต้องหาอีก 6 รายก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ มีส่วนรู้เห็นและเป็นตัวการร่วมในการนำสินบนทองคำไปใช้ในการวิ่งเต้นทางคดี
นางทิพวัลย์ เปิดเผยว่า การมาร้องทุกข์กล่าวโทษในวันนี้สืบเนื่องจากตนได้เห็นคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทาง YouTube และตามสื่อหลักทั่วไป ซึ่งปรากฏภาพ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่มีการติดสินบนทองคำแต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ตนจึงมองว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะในขณะที่คนอื่นในเหตุการณ์ถูกแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด แต่เหตุใด พ.ต.อ.ภาคภูมิ จึงรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีไปได้
ด้านทนายเจ ชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายว่า แม้นางทิพวัลย์จะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยโดยตรงตามหลักกฎหมายทั่วไป แต่เนื่องจากกรณีนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ประชาชนจึงมีสิทธิในการกล่าวโทษเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 และมาตรา 30 ที่กำหนดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดและเริ่มกระบวนการสอบสวนโดยไม่ชักช้า และต้องปฏิบัติอย่างเป็นกลางไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานที่ถูกต้องและความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย
ขณะที่นางทิพวัลย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ตนเดินทางมาในฐานะตัวแทนชาวอีสานที่เคยได้รับความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ในโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถช่วยคืนที่ดินให้ชาวบ้านได้กว่า 50,000 ไร่ โดยตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่เคยได้รับความช่วยเหลือจนได้ทรัพย์สินคืนมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท
ภายหลังการสอบปากคำและลงบันทึกถ้อยคำเบื้องต้นเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อไปจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากนางทิพวัลย์ไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้มีแผนจะไปยื่นเอกสารต่อรัฐสภาและประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้พิจารณาตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบตามช่องทางของรัฐธรรมนูญ ซึ่งทนายความจะได้แถลงรายละเอียดขั้นตอนทางกฎหมายที่รัฐสภาอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงช่องทางในการตรวจสอบกรณีที่มีข้อสงสัยว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
ทั้งนี้ นางทิพวัลย์ยอมรับว่า โดยส่วนตัวมีความชื่นชอบและศรัทธาในผลงานของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เป็นอย่างมาก รวมถึงตนยังทำหน้าที่เป็นแอดมินเพจ “คนรัก รองฯ โจ๊ก” อีกด้วย จึงอยากส่งกำลังใจให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ต่อสู้ต่อไป เนื่องจากยังมีชาวบ้านจำนวนมากที่ยังรักและคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ

