วันที่ 21 เม.ย. 69 เวลา 18.10 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เดินทางกลับมาถึงที่กองบังคับการปราบปราม โดยรถของตำรวจ พาขึ้นไปที่อาคารจอดรถด้านหลัง ก่อนควบคุมตัวนายอัจฉริยะ และพวกขึ้นไปที่ กก 1.บก.ป.บริเวณชั้น 3 อาคารกองปราบฯ โดยเจ้าหน้าที่ได้กันสื่อมวลชนออกจากอาคารจอดรถ จนทำให้ไม่สามารถบันทึกภาพองนายอัจฉริยะได้ ทั้งนี้ มีรายงานการสืบสวนพบว่าคดีดังกล่าว มี นายอัจฉริยะ พร้อมพวก ร่วมกันกรรโชกเงิน พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม.จำนวน 2.5 ล้านบาท นั้น
เบื้องต้นมีการออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 6 ราย สำหรับแผนประทุษกรรมของ กลุมผู้ต้องหา พบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจากนายอัจฉริยะ ไลฟ์สดพูดโจมตีผู้เสียหาย เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนให้ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ซึ่งอดีตเคยรับราชการอยู่ใน บช.สตม. รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.52 กับผู้เสียหาย เข้าไปเจรจาพูดคุย อ้างว่าสามารถประสานเจรจายุติเรื่องราวกับนายอัจฉริยะ ได้ ก่อนจะมีการนัดหมายมาพบเจอกัน โดยวันนัดหมายครั้งแรก พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ได้เดินทางไปพร้อมกับ น.ส.วิภาดา ทนายความ และ ส.อ.สิทธิชัย คนขับรถของนายอัจฉริยะ ก่อนมีการเจรจาเรียกรับเงิน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติไลฟ์สดโจมตี แต่การเจรจาครั้งแรก ยังไม่สามารถหาข้อตกลกกันได้ ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับไป
ต่อจากนั้นไม่นาน น.ส.วิภาดา ก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา พ.ต.อ.วัชรพล ผู้เสียหาย อีกครั้ง พร้อมกับข่มขู่ด้วยข้อเสนอที่หนักขึ้นมีการเรียกเงินเพิ่มเป็น 2 ล้านกว่าบาท ท้ายที่สุดก็นัดเจรจากันอีกครั้ง โดยบุคคลกลุ่มเดิม จนกระทั่ง พ.ต.อ.วัชรพล ผู้เสียหาย ตัดสินใจยอมจ่ายเงินให้ตามข้อเรียกร้อง
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พ.ต.อ.กวินศักดิ์ นั้น จากการตรวจสอบประวัติเก่า พบว่า เคยมีเรื่องพัวพันกับคดีฉ้อโกงสหกรณ์ในพื้นที่ภาค 5 มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ติดตัวอีกคดีด้วย ซึ่งมีรายงานว่าหลังทราบข่าวว่าถูกออกหมายจับในดคีร่วมกับนายอัจฉริยะ กรรโชกทรัพย์ เจ้าตัวได้ประสานติดต่อเตรียมขอเข้ามอบตัว ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) นี้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน นายอัจฉริยะ เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ตอนนี้ตนเองอยู่ที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว อยู่ระหว่างการสอบปากคํา เรื่องที่เกิดขึ้นคาดว่าก่อนหน้าตนได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนผู้พิพากษารายหนึ่ง และภรรยา เกี่ยวกับการวิ่งเต้นประกันตัวผู้ต้องหาที่ ตม.สวนพลู ส่วนเรื่องเงิน 2.5 ล้านบาท ทราบว่าภรรยาของผู้พิพากษาเป็นคนรับ ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองและลูกน้องแต่อย่างใด ก็ไม่รู้ว่าตำรวจเอาหลักฐานมาจากไหนถึงออกหมายจับตนเองกับพวกรวม 6 คน เรื่องนี้ตนมีหลักฐานทั้งหมด ร่วมทั้งทางดีเอสไอได้ทําการสอบปากคําเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งมีการนำผู้พิพากษาและภรรยาส่ง ป.ป.ช. ไปแล้วด้วย
ส่วนเรื่องมีคลิปเสียงขู่กรรโชกทรัพย์นั้น นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า ไม่มีและมีหลักฐานชี้แจงทั้งหมด ไม่มีการโอนเงินเข้ามาแต่อย่างใด เชื่อว่าการถูกจับกุมในครั้งนี้ถูกกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน ซึ่งมั่นใจในพยานหลักฐานว่าตนเองและลูกน้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะดําเนินการฟ้องกลับบุคคลที่แจ้งจับ ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน จึงยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เสียหาย รวมทั้งพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ให้รายละเอียดการจับกุมครั้งนี้ เป็นเพียงการแสดงหมายศาลในความผิดฐาน “กรรโชกทรัพย์” เท่านั้น

