หน้าแรกการศึกษา วิทยาการHPE นำเสนอนวัตกรรมความปลอดภัยชั้นนำ ส่งเสริมการใช้งาน AI พร้อมเสริมแกร่งระบบความมั่นคงขององค์กร

HPE นำเสนอนวัตกรรมความปลอดภัยชั้นนำ ส่งเสริมการใช้งาน AI พร้อมเสริมแกร่งระบบความมั่นคงขององค์กร

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 21 เมษายน 2569 –  งานประชุม RSACONFERENCE – HPE (NYSE: HPE) ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมด้านความปลอดภัยล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายการดำเนินงานแบบกระจายขององค์กร ลดความเสี่ยงทางไซเบอร์ และรักษามาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดการกำกับดูแลได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเร่งนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจ และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับให้ความมั่นคงและปลอดภัยเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจ HPE จึงนำเสนอ HPE Juniper Networking SRX400 Series Firewalls สถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบไฮบริดเมชรุ่นใหม่ล่าสุด และระบบการยกระดับพื้นฐานความมั่นคง เพื่อขยายการป้องกันให้ครอบคลุมตั้งแต่สภาพแวดล้อม Cloud ไปจนถึง Core และ Edge

เดวิด ฮิวจ์ส รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่ม SASE and Security for Networking ของ HPE กล่าวว่า “ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น  องค์กรไม่สามารถติดตั้งหรือบริหารจัดการระบบความปลอดภัยแบบแยกส่วนได้อีกต่อไป เมื่อเวิร์กโหลด AI ขยายไปสู่ระบบแบบกระจาย การเชื่อมต่อเครือข่ายและความปลอดภัยจึงต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มการมองเห็น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กร ที่ HPE เรามุ่งมั่นส่งเสริมให้องค์กรสามารถกำหนดมาตรฐานนโยบาย และบังคับใช้ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพแวดล้อมแบบกระจาย เพื่อให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการรักษาประสิทธิภาพ การทำงาน ศักยภาพในการรับมือและฟื้นตัวของระบบ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการ และควบคุมระบบได้อย่างครบถ้วนยกระดับการปกป้องจากมาตรฐานระดับผู้ให้บริการ สู่การใช้งานในระดับอุปกรณ์ปลายทาง

ระบบความปลอดภัยแบบผสานรวม ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครือข่ายอัตโนมัติของ HPE โดยนำการทำงานอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาผสานกับระบบความปลอดภัยแบบ Zero Trust การมองเห็นภาพร่วมกัน และการบังคับใช้นโยบายแบบครบวงจร เพื่อให้เครือข่ายสามารถยกระดับการปฏิบัติงาน ซ่อมแซมตนเอง และปกป้องตนเองได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เมื่อการใช้งาน AI เริ่มมีการขยายไปสู่การใช้งานในระดับร้านค้า คลินิก วิทยาเขต และสาขาต่าง ๆ ไซต์ระบบแบบกระจาย จึงกลายเป็นส่วนแรกของการเข้าถึง AI ที่ขาดการควบคุม การบังคับใช้นโยบายที่ไม่สม่ำเสมอ ไปจนถึงช่องทางใหม่ ๆ ที่อาจนำไปสู่ช่องโหว่ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อมูลขององค์กรซีรีส์ HPE Juniper Networking SRX400 นำประสบการณ์ความปลอดภัยในระดับผู้ให้บริการ มาสู่ไซต์ขนาดเล็กและมีพื้นที่จำกัด ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ระบบความปลอดภัยมีมาตรฐานยิ่งขึ้น ตั้งแต่ Core ไปจนถึง Edge ด้วยระบบการป้องกันที่วางรากฐานตั้งแต่ในระบบฮาร์ดแวร์ ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกดัดแปลง และสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่อุปกรณ์ มาพร้อมกับประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง และการจัดการที่คล่องตัวในอุปกรณ์ขนาดกระทัดรัด เครื่อง SRX400 จึงเข้ามาช่วยยกระดับความปลอดภัยให้กับไซต์ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถจัดการกับความเสี่ยงและไม่ให้กลายเป็นจุดอ่อนเชิงกลยุทธ์ให้แก่องค์กรฟังก์ชันอัปเดตเพิ่มเติมในระบบเครือข่ายไฮบริดเมช ช่วยให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการกำกับดูแลการใช้งาน AI ในระดับองค์กร

องค์กรธุรกิจมากกว่าครึ่งได้นำ AI มาใช้งานภายในองค์กร ส่งผลให้เกิดความท้าทายรูปแบบใหม่ ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควบคู่กับการลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงหรือแบ่งปันข้อมูลสำคัญโดยไม่ตั้งใจ การอัปเดตไฟร์วอลล์แบบไฮบริดเมชล่าสุดของ HPE จึงมาพร้อมความสามารถใหม่ ที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมการใช้งาน AI ได้อย่างมั่นใจ โดยเสริมการมองเห็นและการควบคุมนโยบายในสภาพแวดล้อมแบบกระจาย โดยไม่จำกัดการใช้งานเครื่องมือใหม่ ๆ มีคุณสมบัติเด่นประกอบด้วย:

การมองเห็นและการเข้าถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AI: แผงควบคุมใหม่ ที่ส่งเสริมให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของการทำงาน AI Application ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมจำกัดการเข้าถึงระบบได้อย่างสะดวกสบายภายในคลิกเดียว และบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือมีความเสี่ยงสูงด้าน AI ได้ทันที

การตรวจสอบระดับข้อความคำสั่ง: เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถตรวจสอบ ชุดคำสั่ง (Prompt) กรองคำสำคัญ และควบคุมการอัปโหลดไฟล์ไปยังเครื่องมือ AI ภายนอก แต่ยังคงเปิดให้ใช้งานแอปพลิเคชันที่ได้รับอนุญาตอื่น ๆ

การป้องกันที่ศูนย์กลางโดยยึดตามตัวตน: ฟังก์ชันนี้ช่วยสร้างระบบความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ทำงานสอดคล้องกันในทุกสภาพแวดล้อม ทั้งแบบกายภาพ เสมือน และคอนเทนเนอร์ เพื่อให้นโยบายความปลอดภัยติดตามผู้ใช้และเวิร์กโหลดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่อุปกรณ์

การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI Native): HPE Security Director ช่วยให้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทำได้ง่ายขึ้น ผ่านการปรับรูปแบบเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนสู่การเป็นระบบอัตโนมัติ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรม มาพร้อมกับ Chatbot ชั้นนำ ที่จะช่วยยกระดับการ Troubleshoot ให้สะดวกสบายและเป็นระบบมากขึ้น ด้วยการแนะนำแบบทีละขั้นตอน และการตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน 

ระบบความปลอดภัยในตัวสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงการขยายระบบรักษาความปลอดภัยที่พร้อมใช้งานตามข้อกำหนดของภาครัฐ ควบคู่กับการยกระดับที่เน้นความยืดหยุ่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ HPE ทั้งหมด ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องเวิร์กโหลดที่สำคัญ ฟื้นตัวจากเหตุการณ์ได้รวดเร็ว และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ท่ามกลางภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้น:

ความยืดหยุ่นของเวิร์กโหลดและการกู้คืน: HPE ยกระดับความสามารถในการกู้คืนจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และภัยพิบัติ สำหรับเวิร์กโหลดทั้งแบบเสมือนและบนคลาวด์ผ่าน HPE Zerto Software ด้วยระบบช่วยเหลือที่ปรับปรุงใหม่ คู่มือการกู้คืนใหม่ และการรองรับเวิร์กโหลด AI รวมถึงเวิร์กโหลดที่เกี่ยวข้อง เช่น vGPU ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังผสานการทำงานร่วมกับ Microsoft Defender พร้อมเปิดให้เข้าถึงข้อมูลแบบไม่สามารถแก้ไขได้จาก HPE StoreOnce อย่างปลอดภัย ช่วยให้องค์กรสามารถกู้คืนระบบสู่สถานะที่ปลอดภัยและปราศจากมัลแวร์ได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์จริง

การประมวลผลข้อมูลลับ: HPE ขยายขีดความสามารถด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดภาครัฐ โดยผสานการประมวลผลข้อมูลลับเข้ากับ HPE Morpheus Software ผ่านสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่เชื่อถือได้บนฮาร์ดแวร์จาก AMD และ Intel พร้อมทั้งใช้ระบบบริหารจัดการกุญแจเข้ารหัสแบบรวมศูนย์ (Centralized Key Management) จาก Thales CipherTrust ช่วยให้ข้อมูลยังคงอยู่ในสถานะเข้ารหัสแม้ขณะใช้งาน ส่งผลให้องค์กรปกป้องเวิร์กโหลดที่มีความละเอียดอ่อนและปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐและกฎระเบียบต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและแบบแยกเครือข่าย

ความพร้อมสำหรับยุคหลังควอนตัม(Post-quantum readiness): เพื่อรับมือกับความท้าทายจากเทคโนโลยีควอนตัมที่อาจส่งผลต่อการเข้ารหัสในปัจจุบัน HPE ได้เพิ่มความสามารถด้านการเข้ารหัสแบบหลังควอนตัม (PQC) ให้กับ Junos OS Evolved และมีแผนขยายการรองรับ PQC ไปยัง Junos อย่างครอบคลุมมากขึ้นในช่วงกลางปี 2026 การอัปเดตนี้สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) และมาพร้อมไลบรารีการเข้ารหัสที่ได้รับการพัฒนาให้ รองรับ FIPS 203/204 รวมถึงการลงนามซอฟต์แวร์ตาม FIPS 204 และ Quantum Buffer สำหรับ SSH อีกทั้งยังต่อยอดความพร้อมด้าน PQC ของ HPE ไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างครอบคลุม รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Compute Gen12 ที่มี HPE Integrated Lights-Out (iLO) 7 ด้วย 

เนื่องจากองค์กรยังคงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่แบบอธิปไตย โซลูชันด้านความปลอดภัยดังกล่าวจึงได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการควบคุม การปฏิบัติตามกฎระเบียบและการป้องกันที่ครอบคลุม แม้ในสภาพแวดล้อมที่แยกจากเครือข่ายหลักยกระดับการวิเคราะห์ภัยคุกคามด้วย HPE Threat Labsเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถก้าวทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว HPE ได้ขยายขีดความสามารถของ HPE Threat Labs ซึ่งเป็นหน่วยวิเคราะห์ภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย โดยผสานข้อมูลเทเลเมทรีจากเครือข่าย (networking telemetry) เข้ากับความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกด้านภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยช่วยเร่งการเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านภัยคุกคามให้เป็นการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการตรวจจับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไปสู่สถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบ Zero Trust และระบบความปลอดภัยอัตโนมัติ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img