“ณัฐพงษ์” เตือนรัฐบาลหากจะกู้เงิน ควรใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ รัฐบาลต้องแจงให้ชัด ใช้เวทีในสภาฯ,มาตอบกระทู้ถามสมาชิก ระบอบการเมืองปัจจุบันสะท้อนชัดเจนละเว้นพวกพ้อง-ทำลายล้างฝั่งตรงข้าม
วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในประเด็นสถานการณ์ทางการเมืองทั่วไป และกรณี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่อาจต้องถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า จากข่าวล่าสุดที่รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.เงินกู้ พรรคประชาชนมีความเป็นห่วงในเรื่องภาระหนี้สินของประเทศที่ค่อนข้างสูง การกู้เงินมาเพิ่มเพื่อใช้จ่ายในสถานการณ์วิกฤต ต้องใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง รวมทั้งการรักษาวินัยการเงินการคลัง แม้จะยังไม่ได้เห็นในรายละเอียดทั้งหมด แต่พรรคประชาชนจะใช้กลไกในสภา ผ่านทั้งกระทู้ถามและกรรมาธิการ เพื่อสอบถามในรายละเอียดว่าการกู้เงินนี้จะนำมาใช้ในกรณีอะไรบ้าง
แม้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจะเห็นภาพนักท่องเที่ยวออกมาเล่นน้ำค่อนข้างเยอะ แต่อีกส่วนหนึ่งก็พบว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลายรายส่งเสียงสะท้อนมาว่าอัตราการเข้าพักและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เพราะฉะนั้นประชาชนกำลังต้องการความช่วยเหลือด้วยการเยียวยาอย่างตรงจุด
.
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมาการบริหารเงินกองทุนน้ำมันที่ผิดพลาดของรัฐบาลทำให้การอุดหนุนอาจไม่ตกถึงประชาชนโดยตรง ดังนั้น หากรัฐบาลจะกู้เงินมาเพิ่มจริง รายละเอียดที่รัฐบาลต้องชี้แจงกับประชาชนคือจะนำไปใช้จ่ายอย่างไร ให้เงินที่จะกลายมาเป็นภาระของลูกหลานในอนาคตถึงมือประชาชนมากที่สุด ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่เข้ามาตอบกระทู้ถามหรือชี้แจงสมาชิกในสภา ไม่ใช่การตอบคำถามของสมาชิกอย่างในกรณีญัตติวิกฤตน้ำมันที่ผ่านมา
.
ณัฐพงษ์ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณี 44 สส. โดยตั้งข้อสังเกตต่อกรณีของ ศักดิ์สยาม (ชิดชอบ) ทั้งที่เส้นทางทางการเงินก็มีความชัดเจนว่าส่อเค้าไม่ถูกต้อง ป.ป.ช. กลับมีมติยกคำร้อง แต่กรณีของ 44 สส. ที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยชอบกลับกำลังถูกดำเนินคดีจนอาจถึงขั้นตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต
.
พรรคภูมิใจไทยอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งในระบอบการเมืองปัจจุบัน ที่มีองคาพยพอื่น ทั้งองค์กรอิสระ หรือกลุ่มคนที่มีอำนาจในประเทศนี้ คอยสนับสนุนระบอบการเมืองแบบนี้อยู่
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศคือการแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินมาใช้จ่าย การใช้จ่ายงบประมาณ หรือการดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ กลายเป็นกระบวนการให้ประโยชน์กับกลุ่มชนชั้นนำในสังคม แต่ประชาชนและคนที่ทำถูกต้องกลับไม่เคยได้ประโยชน์เหล่านั้น
สิ่งที่สำคัญสำหรับพรรคประชาชนต่อจากนี้คือการทำงานให้ประชาชนเห็น ว่าสิ่งที่ต้องต่อต้านคือระบอบการเมืองที่ไม่เป็นของประชาชนคนส่วนใหญ่ และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ให้พรรคประชาชนเป็นตัวเลือกที่สำคัญ ที่ประชาชนเห็นว่าเป็นทางออกของประเทศ โดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลที่มีมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ควบคุมได้ทั้งองค์กรอิสระ สภาบน และสภาล่าง ใช้อำนาจที่ตัวเองมีในทางมิชอบ ละเว้นพวกพ้อง ทำลายล้างฝั่งตรงข้าม ประชาชนไม่เคยได้รับความยุติธรรมในระบบ ประชาชนจะยิ่งเห็นภาพตรงนี้ชัดมากขึ้น

