วันนี้ (18 เม.ย.) ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium : TSC) ในการพัฒนาโครงการดาวเทียม TSC-1 โดยได้รับการสนับสนุนจาก บพค. ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศไทย

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เข้าเยี่ยมชมอาคารปฏิบัติการพัฒนาต้นแบบและบ่มเพาะเทคโนโลยี เพื่อตรวจเช็กความพร้อมของห้องปฏิบัติการทัศนศาสตร์ขั้นสูง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระจกกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.8 เมตร รวมถึงห้องปฏิบัติการประกอบดาวเทียม (Clean Room) และห้องปฏิบัติการดาราศาสตร์วิทยุ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการประกอบและทดสอบระบบวิศวกรรมที่ซับซ้อน

ในการตรวจเยี่ยม ศ.ดร.ยศชนัน ได้รับฟังรายงานสรุปภาพรวมการดำเนินงานของดาวเทียม TSC-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาด Microsatellite น้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม ที่มีความโดดเด่นในด้านการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศ โดยวิศวกรไทยสามารถพัฒนาอุปกรณ์และระบบภายในดาวเทียมขึ้นเอง (In-house) ได้สูงถึง 60% ประกอบด้วยระบบสำคัญอย่าง กล้องถ่ายภาพรายละเอียดสูง (Hyperspectral imaging), อุปกรณ์วัดสภาพอวกาศ (Space weather payload) ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล, ระบบไฟฟ้าและพลังงาน, ระบบโครงสร้างและการควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงการเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมการวางตัวดาวเทียม (ADCS Software) ระบบซอฟต์แวร์ภายใน และสถานีภาคพื้นดิน (Ground station) ทั้งหมดด้วยฝีมือคนไทย ในขณะที่ยังคงนำเข้าเฉพาะระบบสื่อสาร และอุปกรณ์เซนเซอร์หรือตัวขับเคลื่อนบางส่วนจากต่างประเทศเท่านั้น

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้แสดงความชื่นชมความสำเร็จของทีมวิจัยที่สามารถนำดาวเทียมเข้าสู่เฟสต้นแบบทางวิศวกรรม (Engineering Model) และผ่านการทดสอบสภาวะจำลองอวกาศที่เข้มงวดเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบในสภาวะสุญญากาศและอุณหภูมิสุดขั้ว (Thermal Vacuum), การทดสอบการทนทานต่อรังสี (Radiation) และการทดสอบแรงสั่นสะเทือน (Vibration) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ยืนยันว่าเทคโนโลยีที่คนไทยพัฒนาขึ้นมีความเสถียรและพร้อมใช้งานในสภาวะจริงในอวกาศ
สำหรับก้าวต่อไป โครงการกำลังจะพัฒนาเข้าสู่เฟส Flight Model หรือการสร้างดาวเทียมดวงจริงที่จะใช้ส่งขึ้นสู่อวกาศภายในปีหน้า ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่กระทรวง อว. สามารถผลักดันให้ประเทศไทยขยับจากการเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้พัฒนาและสร้างดาวเทียมวิจัยด้วยตัวเองอย่างเต็มตัว เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) สร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศให้กับประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

