แม่ร้อง “สายไหมต้องรอด” ลูกสาววัย 15 ถูกพลทหารข่มขืนกลางงานสงกรานต์ แจ้งความแล้วแต่ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจส่อเค้าให้ไกล่เกลี่ยเจราจา

76

จากกรณีสะเทือนขวัญช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุ 15 ปี ได้เข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมหลังถูกหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นทหาร ล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะย่านถนนข้าวสาร พร้อมระบุว่ากระบวนการทางคดีล่าช้าและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจาในเชิงให้ยอมความเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา

ผู้เสียหายเล่าว่าตนเองและเพื่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร และได้พบกับกลุ่มชายตัดผมเกรียนประมาณ 8 คน ซึ่งมีการเรียกขานชื่อกันว่า จ่า และ หมวด โดยกลุ่มคนดังกล่าวได้เข้ามาเล่นน้ำด้วย ต่อมามีชายคนหนึ่งในกลุ่มพยายามชวนผู้เสียหายไปที่ที่พักแต่ถูกปฏิเสธ จนกระทั่งเวลาประมาณ 23:00 น. ขณะที่ผู้เสียหายเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง หนึ่งในกลุ่มทหารได้เดินแซงเข้าไปยืนรออยู่ก่อน และอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเดินเข้าห้องน้ำผลักประตูตามเข้ามาทันที

ในระหว่างเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ใช้กำลังล่วงละเมิดทางเพศและพยายามข่มขืน เมื่อผู้เสียหายขัดขืนกลับถูกบีบคอและข่มขู่ว่า “อย่าร้องนะ ไม่งั้นกูจะฆ่ามึงให้ตาย” แม้จะมีบุคคลภายนอกเดินมาสอบถามความผิดปกติเนื่องจากได้ยินเสียง แต่ผู้ก่อเหตุได้ตะโกนตอบกลับไปว่าไม่มีอะไร ทำให้ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในอาการหวาดกลัวไม่กล้าส่งเสียงร้อง จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที เมื่อผู้ก่อเหตุทำธุระเสร็จ ผู้เสียหายจึงรีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากหญิงพลเมืองดีและคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้อาศัยช่วงชลละมุนหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้แจ้งให้พี่ชายทราบและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาประมาณ 01:00 น. อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายระบุว่าการดำเนินคดีมีความน่ากังวล เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวกับตนในทำนองว่า “ถ้าจะเอาเรื่องต้องขึ้นศาลทหารนะ” และมีลักษณะคล้ายพยายามจะให้มีการไกล่เกลี่ยยอมความกันเกิดขึ้น อีกทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุก็ยังมีความล่าช้า ปัจจุบันสภาพจิตใจของผู้เสียหายย่ำแย่และอยู่ในอาการผวาสม่ำเสมอ โดยยืนยันว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะมองว่าผู้ก่อเหตุที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐควรมีจรรยาบรรณมากกว่านี้ ไม่ใช่มาทำร้ายประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนเช่นนี้

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่าเบื้องต้นตนได้ประสานไปยังท่าน พล.ท.อุดลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโหม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นทหารจริงหรือไม่มีชั้นยศใดบ้าง หากเป็นทหารจริงขอให้หน่วยต้นสังกัดเร่งส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สน .ชนะสงคราม ต่อไป นอกจากนี้เตรียมพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรับการคุ้มครองพยาน และรับเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญา จากนั้นจะประสานไปยัง พ.ต.อ นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก สน. ชนะสงคราม เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป ขณะนี้ผู้เสียหายยังตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก จึงเตรียมประสาน พม. เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจต่อไป

ด้านแม่ของผู้เสียหาย กล่าวว่า ลูกสาวมาขอไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนบอกว่าจะไปกัน 3 คน ใจจริงก็ไม่อยากให้ไป แต่ก็บอกให้ดูแลตัวเองด้วย พอเกิดเรื่องก็รู้สึกเสียใจ ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ แล้วลูกสาวก็เพิ่งอายุ 15 ซึ่งลูกสาวก็อยากพาตัวเองไปด้วยแต่คนมันเยอะ ก็บอกกับลูกว่า “ดูแลตัวเองด้วยนะ” กระทั่งสามีตัวเองมาบอก ว่าไปดูลูกด้วยนะ แต่ไม่บอกว่าลูกเป็นอะไร จนไปถึงโรงพยาบาล พ่อเห็นก็รู้สึกจุกอกพูดไม่ออก ไม่ว่าจะเกิดกับผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งคิดว่าสังคมทุกวันนี้มันป่าเถื่อนเกินไปหรือไม่ อยากจะเอาใครก็ได้ ยิ่งพอทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นพลทหารยิ่งรู้สึกว่าขาดการศึกษา ซึ่งความรู้สึกตอนนี้เหมือนครอบครัวตายทั้งเป็น เพราะเป็นตราบาปลูก แล้วตัวเองพยายาม ทำให้โลกเห็นว่า ตัวเองเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้ลูกนึกถึงเรื่องดังกล่าวอีก แล้วต่อไปคงจะไม่ปล่อยให้ลูกออกไปเล่นน้ำแบบนี้อีก

ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากให้ตำรวจเอาตัวมาลงโทษเพื่อให้เป็นบทเรียนให้กับ คนที่คิดจะก่อเหตุแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรับโทษ