กรุงเทพ, วันที่ 12 เมษายน – พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 20.06 น. นายกฤษนคร ผลภาค อายุ 39 ปี ผู้เสียหาย มาแจ้งความว่าถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ภายในห้องน้ำชาย ชั้น 1 ห้างบิ๊กซีหัวหมากเซ็นเตอร์ โดยผู้เสียหายได้สะพายกระเป๋าซึ่งภายในมีเงินสดและทรัพย์สินจำนวนมาก ขณะเข้าใช้ห้องน้ำถูกคนร้ายซึ่งอยู่ห้องข้างเคียงเอื้อมมือจากด้านบน ฉวยกระชากกระเป๋าไปแล้วหลบหนีอย่างรวดเร็ว จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก วางแผนจับกุม
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายแต่งกายสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า ถือถุงพลาสติกสีเหลือง ก่อนหลบหนีขึ้นรถยนต์ยี่ห้อ MG สีดำ หมายเลขทะเบียน 9กง 6258 กรุงเทพมหานคร แล้วขับออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เร่งตรวจสอบทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว จนทราบว่าเป็นของ นายสหชาติ อายุ 28 ปี เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่ารูปพรรณตรงกับผู้ต้องสงสัยในภาพวงจรปิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.สน.หัวหมาก, ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ ยานุพรม, ร.ต.ท.ยุทธนา แหวนนิล, ร.ต.ต.กิตติศักดิ์ ทาสีทอง รอง สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมทีมสืบสวน ติดตามตัวจนพบผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่ง ที่แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร จึงเข้าทำการตรวจสอบ ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุม จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยขับรถยนต์ส่วนตัวไปก่อเหตุ และใช้เป็นพาหนะหลบหนี
เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้ดังนี้ 1. เงินสด จำนวน 526,000 บาท 2. สร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทอง หนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น 3.เศษทองคำหนักประมาณ 10 กรัม จำนวน 1 ถุง 4. เศษพาราเดียม หนักประมาณ 10 กรัม จำนวน 1 ถุง 5. กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ 6. ถุงพลาสติกสีเหลือง ยี่ห้อ D.I.Y (ใช้ก่อเหตุ) จำนวน 1 ถุง 7. รถยนต์ยี่ห้อ MG สีดำ ที่ใช้ก่อเหตุ โดยของกลางส่วนหนึ่งผู้ต้องหาได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดภายในห้องพักด้วยความสมัครใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ ได้แก่ สน.ทองหล่อ สน.ห้วยขวาง สน.ลาดพร้าว และ สน.ปทุมวัน และเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 พฤติการณ์มักเลือกเหยื่อในห้องน้ำสาธารณะ โดยอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ วางทรัพย์สินหรือไม่ทันระวังตัว ก่อนลงมือก่อเหตุ
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวชื่นชมการทำงานของฝ่ายสืบสวนที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง พร้อมทั้งติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้เพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สินขณะใช้ห้องน้ำสาธารณะ เนื่องจากมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ

